Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

หลักได้แปรปรวนเสื่อมถอยลงโดยเนื่องด้วยอายุกัปนั้นๆ กรรมที่ยิ่งใหญ่ย่อมหมดไปเพราะไม่มีที่ตั้งแห่งผล การหมดกรรมนั้นมิใช่เกิดมีตามหน้าที่ของตน แต่เกิดด้วยความวิบัติของอายุสังขาร ดังนั้น ท่านจึงถือเอาการสิ้นอายุขัยในที่นี้

การเสียชีวิตด้วยกรรมตัดรอนก็มีนัยเดียวกัน

การเสียชีวิตด้วยกรรมตัดรอน คือ การเสียชีวิตในกาลอันไม่สมควร เมื่อการเสียชีวิตในกาลอันไม่สมควรเกิดขึ้นอยู่ ย่อมอุบัติด้วยกรรมตัดรอนหรือด้วยเหตุอื่นหลายพันอย่าง เหตุเหล่านั้นตรัสไว้โดยย่อ ๘ ประการในพระบาลีโดยความเป็นมูลเหตุ

ถามว่า : เหตุเหล่านั้นคืออะไร

ตอบว่า : เหตุเหล่านั้น คือ โรคที่มีลมเป็นเหตุ มีน้ำดีเป็นเหตุ มีเสมหะเป็นเหตุ เกิดจากโรคแทรกซ้อนหลายชนิด มีฤดูกาลเป็นเหตุ เกิดจากการบำรุงรักษาไม่สม่ำเสมอ เกิดจากความเพียร[ของตนหรือของคนอื่น] หรือเกิดจากผลกรรม”๑๓๒

พระนาเสนกล่าวถึงโรคเหล่านั้นไว้ในคัมภีร์มิลินทปัญหาว่า

กมุมวิปากชา เกจิ อุปปีฬกมุมชา เกจิ อุปจุเฉทกมุมชา. ยสฺมา ปน วาโต กุปปมาโน สีตุณฺหาทีหิ ทสฺหิ การเณหิ กุปปติ. เตสุ จ เอกเมว กมุมวิปากห์ โหติ. เสสานิ ปน อกมุมวิปากชาานิ.๑๓๓

“โรคบางอย่างเกิดจากผลกรรม บางอย่างเกิดจากกรรมบีบคั้น บางอย่างเกิดจากกรรมตัดรอน เมื่อลมกำเริบอยู่ย่อมกำเริบด้วยเหตุ ๑๐ ประการมีความเย็นและความร้อนเป็นต้น โรคเหล่านั้นชื่อว่าเกิดจากผลกรรม ส่วนโรคอื่นมิได้เกิดจากผลกรรม”

โรคที่เกิดจากผลกรรมย่อมไม่เกิดขึ้นยกเว้นการกำเริบของลมเป็นต้น ดังนั้น โรคบางชนิดที่มีลมเป็นเหตุเป็นต้นจึงเกิดจากผลกรรม

โรคที่เกิดจากโรคแทรกซ้อนหลายชนิด คือ โรคที่เกิดขึ้นโดยเนื่องกับโรคแทรกซ้อนสองหรือสามชนิดมีโรคลมเป็นต้น ส่วนภัยธรรมชาตินานัปการที่เกิดขึ้นปราศจากความพยายามของเหล่าสัตว์ในโลก ย่อมนับเข้าในโรคที่มีฤดูกาลเป็นเหตุ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka