ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ในคัมภีร์มหาฎีกากล่าวถึงกรรมตัดรอน ที่เป็นกุศลของเปรตบางตนที่ชื่นชมตนรท
ชนชาวอุตรกุรุทวีป และเทวดาบางตน”
ในคัมภีร์มหาฎีกากล่าวถึงกรรมตัดรอนที่เป็นกุศลของเปรตบางตนที่ชื่นชมอนุโมทนา
ส่วนบุญซึ่งญาติจากมนุษย์โลกอุทิศให้แล้วจุติในขณะนั้นไปเกิดในสุคติภูมิ ฉันใด ความตาย
ด้วยกรรมตัดรอนย่อมมีแก่สัตว์นรกบางตนที่ระลึกถึงบุญที่ได้ทำไว้ในเวลาพญายมราชไต่ถาม
เป็นต้น แล้วจุติในขณะนั้นไปเกิดในสุคติภูมิ ฉันนั้น และความตายด้วยกรรมตัดรอน ก็มีได้
แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์บางพวก ดังอรรถกถาของสุพรหมเทวปุตตสังยุตกล่าวว่า
อถ รุกฺข์ อภิรุฬหา อุปจุเถทกภุมมาทิเวเสน เอกปปฺหาเรเนว กาล กตฺวา อวีจิมหิ
นิพพตฺตา.๑๔๓
“ในขณะนั้นเทพธิดา ๕๐๐ นางขึ้นไปต้นไม้แล้ว เสียชีวิตพร้อมกันแล้วไปอุบัติ
ในนรกอเวจี”
ในพากย์นั้น คำว่า “ต้นไม้” คือ ต้นปาริชาติในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
คำว่า “ขึ้นไป” คือ เทพธิดา ๕๐๐ นางขึ้นไปแล้ว
การเสียชีวิตของเทวดามโนปโทสิกะ (เทวดาที่จุติด้วยความโกรธ) และขิปทฑา-
ปโทสิกะ (เทวดาที่จุติด้วยความหลงระเริงจนลืมเวลาดื่มกิน) การเสียชีวิตด้วยความตั้งใจของ
พระโพธิสัตว์ผู้ไปเกิดในเทวโลกหรือพรหมโลกอันมีอายุยืนนาน และการเสียชีวิตของพระ
ฉันนเถระและพระโตกิณเถระผู้ใช้มีดฆ่าตัวตายเองแล้วปรินิพพาน ย่อมนับเข้าในการเสีย
ชีวิตด้วยกรรมตัดรอนนี้
๙๐. คำว่า ตถา จ แปลว่า อนึ่ง [กรรมที่ก่อให้เกิดการปฏิสนธิในภพอื่น ที่มา
ปรากฏต่อหน้าในเวลาใกล้เสียชีวิตตามสมควรแก่สัตว์ที่กำลังตาย] ด้วยเหตุ ๔ อย่างนั้น
พึงสัมพันธ์[บทที่ห่างกัน]ว่า ย่อมมาปรากฏในทวารใดทวารหนึ่งในบรรดาทวาร
ทั้ง ๖ แก่สัตว์ทั้งหลายที่กำลังจะเสียชีวิต
คำว่า มรณกาเล แปลว่า ในเวลาใกล้เสียชีวิต