ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อเนโช สนฺติมารพภ. ๑๔๖
“พระมุนีผู้ปราศจากตัณหา ทรงปรารภพระนิพพานแล้ว”
และดังสารกในคัมภีร์อรรถกถากว่า
สนฺติมารพภาติ อนุปาทิเสสํ นิพพานํ อารพภ ปฏิจจ สนุธาย.๑๔๗
“คำว่า ‘ทรงปรารภพระนิพพาน’ หมายความว่า ปรารภ คือ อาศัย หมายเอาพระนิพพานไม่มีขันธ์เหลือ”
พระอรรถกถาจารย์มิได้กล่าวว่า “ปรารภ คือ ยึดหน่วง กล่าวคือ กระทำให้เป็นอารมณ์”
ส่วนในอรรถกถาของเถรคาถากล่าวว่า
สนฺติมารพภาติ สนฺตี อนุปาทิเสสํ นิพพานํ อารมณ์ กตฺวา.๑๔๘
“คำว่า ‘ทรงปรารภพระนิพพาน’ หมายความว่า ทรงกระทำพระนิพพานไม่มีขันธ์เหลือให้เป็นอารมณ์”
ข้อความนั้นไม่สอดคล้องกับมหาปรินิพพานสูตรและอรรถกถาของพระบาลีนั้น
[คัมภีร์อรรถกถาเถรคาถา ฉบับฉัฏฐสังคายนาและฉบับมหาจุฬาฯ มีข้อความเหมือนในอรรถกถามหาวรรค แต่ฉบับใบลานบางฉบับมีข้อความเช่นนี้ ท่านผู้รจนาคัมภีร์ปรมัตถทีปนีจึงกล่าวแย้งตามฉบับที่พบในสมัยนั้น]
การปรินิพพานของพระพุทธเจ้ากล่าวไว้ในพระบาลีและอรรถกถาว่าเกิดต่อจากองค์ฌานและปัจเวกขณวิถีโดยแท้
ในเรื่องนี้ ลำดับสองอย่างแรกกล่าวไว้ในอรรถกถาปรินิพพานสูตร ส่วนลำดับถัดจากอภิญญาปรากฏในอรรถกถาอุทานเป็นต้น สมจริงดังสารกว่า
วุฏฐหิตฺวา ปรินิพพายยตี อิทฺธิจิตฺตโต วุฏฐหิตฺวา ภวภจจิตฺเตน ปรินิพพายิ. ๑๔๙