Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“สวนนันทวัน สวนจิตลดดา สวนมิสสกะ สวนผารุสกะ วิแมน และเทพฟ้อนรำ
ได้ปรากฏขึ้นแล้วเหมือนห้อมล้อมอยู่”

อารมณ์ของบางคนย่อมปรากฏเหมือนคนที่เข้าถึงสถานที่นั้นๆ แล้วพบเห็น
สีของท้องมารดาที่คล้ายพาหนะทำด้วยขนสัตว์ เป็นนิมิตของมนุษย์ ส่วนเชิงภูเขา
ไพรสณฑ์ หุบเขา และเหวเป็นต้น เป็นนิมิตของสัตว์ดิรัจฉาน

คำว่า กมุมพเลน (ด้วยแรงของกรรม) คือ ด้วยแรงกรรมที่ปรากฏเพื่อให้ผล
ปฏิสนธิในกาลนี้

คำนี้กล่าวไว้โดยเนื่องกับการเกิดขึ้นเป็นส่วนมาก แต่กรรมหรือกรรมนิมิตที่ทำ
เป็นอาจิณอยู่เสมอก็ตาม ทำในเวลาใกล้เสียชีวิตก็ตาม ถูกคนอื่นชักชวนให้ระลึกได้ก็ตาม
ระลึกได้เองก็ตาม เดือดร้อนใจหรือมีความโสมนัสอยู่เนืองๆ ก็ตาม ย่อมปรากฏด้วยแรง
ของเหตุอื่น[จากแรงกรรม]ได้แน่นอน

คำว่า ตเมว ตโถปฏจิต์ อารมฺมณ์ อารพภ (รับอารมณ์ที่เข้ามาปรากฏนั้นโดย
ประการอย่างนั้น) กล่าวไว้ด้วยเนื่องกับการเกิดขึ้นเป็นส่วนมาก โดยแท้จริงแล้ว เมื่ออารมณ์
ฝ่ายบาปปรากฏขึ้นแก่ผู้ใดผู้หนึ่งด้วยแรงของกรรมหรือด้วยเหตุอื่นก่อน ต่อมาอารมณ์ฝ่ายดี
ย่อมปรากฏแก่ผู้ระลึกถึงบุญที่มีกำลังซึ่งเคยทำมาแล้วเหมือนอารมณ์ของพระเจ้าทุฏฐคามณี
หรือปรากฏแก่ผู้ทำบุญที่ก่อให้เกิดความเลื่อมใสในขณะนั้นเหมือนอารมณ์ของบิดาพระโสณ-
เถระ เช่นเดียวกันนี้ เมื่ออารมณ์ฝ่ายดีปรากฏแก่บุคคลแล้วอารมณ์ฝ่ายบาปได้ปรากฏต่อมา
แก่ผู้ก่อให้เกิดโทมนัสแล้วให้โอกาสแก่อกุศลกรรมเหมือนอารมณ์ฝ่ายบาปที่เกิดแก่พระเจ้า
อโศกมหาราช

คำว่า วิปจุจมานกมุมมานุรูป (ตามสมควรแก่กรรมที่จะเผล็ดผล) มีความหมาย
ว่า ผู้มีกุศลกรรมเผล็ดผลย่อมจะเกิดกระแสจิตที่เป็นกุศลอันบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้มี
อกุศลกรรมเผล็ดผลย่อมจะเกิดกระแสจิตที่เป็นอกุศลอันเศร้าหมองอย่างต่อเนื่อง ดังสารภก
ในคัมภีร์อรรถกถาว่า

สุคติคามิน์ กุสลุปปตฺติเหตุภูต์ ปณีต์ อารมฺมณ์ อาปาตมาคจฺฉติ.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka