ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“อารมณ์อันประณีตที่ทำให้เกิดกุศลย่อมมาปรากฏแก่ผู้ที่จะไปสู่สุคติภูมิ อารมณ์
อันทรามที่ทำให้เกิดอกุศลย่อมมาปรากฏแก่ผู้ที่จะไปสู่ทุคติภูมิ”
ในคัมภีร์มูลฎีกาและมหาฎีกากล่าวว่า
ทุคุคติมานี อกุสลุปปติเหตุภูตํ หีนารมฺมณํ อาปาตมาคจฺฉติ.๑๕๖
“อกุศลกรรมในขณะใกล้เสียชีวิตเป็นเหตุที่มีกำลังเพื่อการปฏิสนธิในทุคติภูมิ ส่วน
กุศลกรรมในขณะใกล้เสียชีวิตก็เป็นเหตุมีกำลังเพื่อการปฏิสนธิในสุคติภูมิ”
ถามว่า : ขณะที่นิมิตในสวรรค์มีนางอัปสรเป็นต้นปรากฏอยู่ เมื่อบุคคลพอใจด้วย
ตัณหาแล้วจุติอยู่ กระแสจิตที่เป็นกุศลอันบริสุทธิ์ย่อมมีได้อย่างไร
ตอบว่า : บางคนอ้างว่าจิตของเขาเศร้าหมองแล้ว ทุคติจึงเป็นที่หวังได้ แต่ใน
คัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรคกล่าวว่าตัณหาเช่นนั้นเป็นเหตุเกิดร่วมกับกุศลกรรม ดังสาธกใน
คัมภีร์นั้นว่า
นิกนฺติภุขเณ เทว เหตุ อกุสลา.๑๕๗
“ในขณะยินดีกามภูมิ อกุศลชวนจิตที่มีเหตุ ๒ ย่อมเกิดขึ้น”
ตัณหาในการก่อให้เกิดสุคติภูมิเป็นเหตุเกิดร่วมกันซึ่งกำหนดภพของกุศลกรรม
ดังนั้น เมื่อเขาพอใจนางอัปสรเป็นต้นหรือพอใจกรรมนิมิตของกุศลกรรมแล้วจุติอยู่ ตัณหา
นั้นก็ควรเป็นเครื่องอุปถัมภ์กุศลกรรม มิได้ห้ามกุศลกรรม
มีพระพุทธวจนะในอาทิตตปริยายสูตรว่า
นิมิตตสฺสาทาคติํ วา ภิกฺขเว วิญญาณ์ ติฏฐมานํ ติฏฐติ, อนุพยญฺชนสฺสาทาคติํ
วา. ตสฺมี เจ ภิกฺขเว สมเย กาลญกฺเรยย, ฐานเมตํ วิชชติ. ยํ ทวินุนา่ คตินํ อญญตรคตี
คจฺเฉยย, นิรยํ วา ติรจฺฉานโยนึ วา.๑๕๘
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อจิตถูกครอบงำด้วยความพอใจรูปร่างหรืออวัยวะน้อยใหญ่
อยู่ ถ้าเขาพึงเสียชีวิตในกาลนั้น การที่เขาจะไปสู่ภพใดภพหนึ่งในภพสองแห่ง คือไปสู่นรก
หรือกำเนิดของสัตว์ดิรัจฉาน ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้”