ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ทุกขเวทนา ในระหว่างลืมสติเป็นเหมือนกำลังถวายทานแด่ภิกษุสงฆ์ ไหว้พระเจดีย์ ทำการ
บูชาเหมือนในกาลก่อน ย่อมจะเป็นผู้มีใจเลื่อมใสปราโมทย์โดยแท้
พึงกล่าวถึงผู้มีอกุศลกรรมมากโดยนัยตรงกันข้ามกับข้อความนั้น แม้อกุศลกรรม
ก็มาสู่ทวารได้เช่นกัน
โปรดทราบข้อความทั้งหมดนี้ตามอรรถกถาลักษณะสังยุต เรื่องเปรตที่มีขนเหมือน
ดาบเป็นต้นในคัมภีร์อรรถกถานั้นกล่าวถึงความปรากฏแห่งกรรมมากมายด้วยการมาปรากฏ
ในทวารว่า
ตสฺส อุภขิตฺตาสิกภาโวว นิมิตฺตํ อโหสี”ติ จ. “ตสฺส สตฺติยา วิชฺฌนกภาโวว นิมิตฺตํ
อโหสี”ติ จ. “ตสฺส อุสุณา วิชฺฌนกภาโวว นิมิตฺตํ อโหสี”ติ จ. “ตสฺส ปโตทสูจิยา วิชฺฌนก-
ภาโวว นิมิตฺตํ อโหสี”ติ จ. “ตสฺส สูจิหิ ปโตททุกฺข์ ปจจุภุกฺวิตุ์ กมุพเมว นิมิตฺตํ กตฺวา
สูจิโลมเปโต ชาโต.”๑๒
“การเงื้อดาบเป็นนิมิตของคนฆ่าหมู การใช้หอกแทงเป็นนิมิตของคนฆ่าเนื้อ การ
ยิงด้วยลูกศรเป็นนิมิตของนายเพชฌฆาต การใช้ประตักแทงเป็นนิมิตของคนฝึกม้า คนพูด
ส่อเสียดนั้นเกิดเป็นเปรตมีขนเป็นเข็มโดยกรรมของเขาเป็นเหตุเพื่อให้เสวยทุข์คือการใช้
เข็มทิ่มแทง”
ในพากย์นั้น คำว่า “การเงื้อดาบขึ้นมาเป็นนิมิตของคนฆ่าหมู” หมายความว่า
กรรมของเขาผู้หมกไหม้ในนรกแล้วมีความตายใกล้เข้ามาอีก ย่อมทำให้เกิดความสำคัญ
ว่ามีดาบเงื้อขึ้นมาแก่เขาในขณะใกล้จุติ จึงเป็นนิมิตด้วยการมาปรากฏในทวาร
เรื่องอื่นก็มีนัยเดียวกัน
การมาปรากฏในทวารนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกรรม ย่อมจะมาปรากฏแก่เหล่าสัตว์
แน่นอน ดังนั้น ความสมควรแก่การปฏิสนธิของเขาจึงเกิดขึ้น
๙๑. คำว่า ปจุจาสนุมณสฺส (บุคคลผู้ใกล้เสียชีวิต) คือ บุคคลผู้ใกล้เสียชีวิต
ในภพหนึ่งด้วยความเป็นไปของชวนจิตดวงสุดท้าย