Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

คำว่า วีถิจิตฺตาวสาเน วา (ในเวลาสิ้นสุดแห่งวิถีจิต) คือ ในเวลาสิ้นสุดแห่งวิถีจิต
ที่มีชนวนจิตหรือตทารัมณจิตอยู่ท้ายแล้วจุติจากกามภูมิไปเกิดในกามภูมิ หรือในเวลาสิ้นสุด
แห่งวิถีจิตที่มีชนวนจิตอยู่ท้ายของบุคคลอื่น [ผู้จะไปเกิดในรูปภูมิหรืออรูปภูมิ] ข้อความนี้
กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถา สมจริงดังสารกว่า

ตํ อารพฺภ อุปปนฺนาย ตทารมฺมณปริโยสานาย สุทฺธาย วา ชวนวีถิยา อนนุตฺต์
จุติจิตฺตํ อุปปชฺชติ.๑๒

“จุติจิตย่อมเกิดขึ้นถัดจากวิถีจิตที่มีตทารัมณจิตเป็นที่สุด หรือถัดจากชวนวิถีล้วนๆ
ที่เกิดขึ้นรับกรรมนิมิตเป็นอารมณ์”

(๑๗๔) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “ในคัมภีร์ธัมมานุสารณีกล่าวถึงบรรดาวีถิจิต ๒
อย่าง[ที่มีตทารัมณจิตหรือชวนจิตอยู่ท้าย] วิถีจิตที่มีตทารัมณจิตอยู่ท้ายย่อมเกิดแก่
สัตว์ผู้จุติจากกามภูมิแล้วไปอุบัติในกามภูมินั้น ส่วนวิถีจิตที่มีชนวนจิตอยู่ท้ายย่อมเกิดขึ้น
แก่สัตว์อื่น” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะเมื่อในคัมภีร์อรรถกถากล่าวไว้บริบูรณ์แล้วก็ไม่มี
ประโยชน์ที่จะอ้างอิงคัมภีร์ธัมมานุสารณีที่ยังบกพร่องอยู่

คำว่า ภงฺคกุขเย วา แปลว่า หรือในเวลาสิ้นสุดของภวังค์ คือ ถ้าถัดมาจาก
วิถีจิต ๒ ประเภท วัตถุรูปในปัญจโวการภูมิ หรือกระแสจิตในจตุโวการภูมิ มีอายุขณะจิต
เหลืออยู่ ๒ ขณะ ความหมายก็คือ ในเวลาสิ้นสุดของภวังค์ดวงหนึ่งในกาลนั้น

การเกิดขึ้นของอาคันตุกภวังค์ย่อมมีได้แก่ผู้ถือปฏิสนธิด้วยโสมนัสแล้วจุติโดยมี
จิตที่กอปรด้วยโทมนัส[เกิดขึ้นก่อนอาคันตุกภวังค์และจุติ] และเมื่อมีการเกิดขึ้นของอาคันตุก-
ภวังค์ การเกิดขึ้นของภวังค์ในมรณาสันนวิถีอื่นก็มีได้ คำว่า ภงฺคกุขเย (ในเวลาสิ้นสุด
ของภวังค์) นี้ จึงเป็นสมควร

คำว่า ตสฺมิ นิรุทธาสาเน แปลว่า เมื่อจิตนั้นดับไปแล้ว ในที่สุดของจิตที่ดับไป

บุคคลเหล่าใดในโลกเชื่อลัทธิว่ามีภพแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างกลางจุติและปฏิสนธิ
เป็นภพที่สัตว์ซึ่งไปเกิดอาจไปสู่สถานที่ตามต้องการได้ทันทีเหมือนมีทิพยจักษุหรือทรง
อิทธิฤทธิ์ บางคนจุติจากภพนี้ไปเกิดในภพนั้นแล้วคอยพบกับบิดามารดาเป็นต้น สามารถ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka