Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อธิบายคาถาสรุป

๘๘. ฌานขั้นต่ำของอรูปพรหมผู้อุปัติในภูมิชั้นบนในอรูปาวจรภูมิย่อมระงับไป
อรูปพรหมเหล่านั้นจะไม่พยายามเจริญฌานขั้นต่ำอีก ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เหตุจิมารูป
วชชิตา (ยกเว้นอรูปปฏิสนธิชั้นต่ำ)

เมื่ออรูปพรหมตั้งอยู่ในความประมาท เพิกเฉยการเจริญฌาน และมีใจถูกสังโยชน์
ขั้นต่ำที่ยังกำจัดไม่ได้ฉุดรั้งลงมาสู่ภูมิชั้นล่างจากพรหมโลกนั้น แล้วไปอุบัติในกามภูมิ กรรม
ที่อ่อนกำลังอย่างอื่นย่อมไม่ได้โอกาสส่งผล ยกเว้นเจตนาในอุปจารฌานที่เป็นกุศลมีเหตุ ๓
อย่างยิ่งยวด ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ตถา กามติเหตุกา (เช่นเดียวกันนี้ กามาวจรปฏิสนธิ
ที่มีเหตุ ๓ ก็ย่อมมีได้ต่อจากอรูปจุตินั้น) ดังสาธกในอรรถกถาอังคุตตรนิกายว่า

น หิ ตสฺส อุปจารฌานโต พลวตฺร์ นาม กมฺม์ อตฺถิ.๑๗๔

“กรรมที่มีกำลังกว่าอุปจารฌานย่อมไม่มีแก่อรูปพรหม”

ทั้งในคัมภีร์ฎีกาก็กล่าวว่า

น หิ ตสฺส ฯเปฯ อตฺถิติ อิมินา ตโต วจนตานํ อุปจารฌานเมว ปฏิสนฺธิชนก์
กมฺมนุตฺติ ทีเปติ.๑๗๕

“คำว่า ‘กรรมที่มีกำลังกว่าอุปจารฌานย่อมไม่มีแก่อรูปพรหม’ แสดงว่าอุปจาร-
ฌานเท่านั้นย่อมก่อให้เกิดปฏิสนธิติตแก่อรูปพรหม ผู้จุติจากอรูปภูมิ”

รูปาวจรปฏิสนธิย่อมไม่มีแก่อรูปพรหม ดังสาธกในคัมภีร์ยมกว่า

อรูปาตยา จุตสฺส อรูปาตป์ อุปปชฺชนตสฺสา”ติ วา “อรูปาตยา จุตสฺส กามถาตํ
อุปปชฺชนตสฺส.๑๗๖

“พรหมผู้จุติจากอรูปภูมิแล้วไปอุบัติในอรูปภูมิ”

“พรหมผู้จุติจากอรูปภูมิแล้วไปอุบัติในกามสุคติภูมิ”

มิได้ตรัสว่า “พรหมผู้จุติจากอรูปภูมิแล้วไปอุบัติในรูปภูมิ”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka