Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

และในภพต่อไป จึงกล่าวคำที่ขึ้นต้นว่า อิิจเจว์ (ตั้งแต่เวลาที่ต่อจากการดับแห่งปฏิสนธจิต
ของสัตว์ผู้ถือปฏิสนธิตามที่กล่าวมาเช่นนี้ เมื่อไม่มีวิถีจิตเกิดขึ้น [ปฏิสนธิจิตนั้นย่อมรับ
อารมณ์นั้น แล้วเป็นจิตที่เรียกว่า ลำดับภวังค์ โดยความเป็นเหตุสืบต่อภพ ดำเนินไป
อย่างไม่ขาดสายดุจสายน้ำ ตราบจนถึงการอุบัติของจุติจิต)

คำว่า ปฏิสนฺธิโรธานนฺตโต แปลว่า ตั้งแต่เวลาที่ต่อจากการดับแห่งปฏิสนธิติด

คำว่า ตเมว จิตฺตํ (ปฏิสนธิจิตนั้นนั่นเอง) พึงทราบการเรียกภวังคจิตที่คล้ายกับ
ปฏิสนธิจิตนั้นว่าเป็นปฏิสนธิจิต เหมือนคำว่า ยานั้นนั่นเอง

[ยาที่บริโภคในวันก่อน แม้จะไม่ใช่ยาที่บริโภคในวันนี้ก็เป็นชนิดเดียวกัน จึงอาจกล่าวว่า
บริโภคยานั้นนั่นเอง โดยหมายถึงยาใหม่ที่คล้ายกับยาเก่าซึ่งบริโภคมาแล้วในวันก่อน]

พึงทราบการรวมเอาวิถีจิตอันใกล้จุติจิตนั้นเข้าไว้ด้วยคำว่า จุติ (จุติจิต) ในคำว่า
ยาว จุติจิตฺตุปปาทา (ตราบจนถึงการอุบัติของจุติจิต) นี้

คำว่า อสติ วิถีจิตฺตุปปาท เท (เมื่อไม่มีวิถีจิตเกิดขึ้น) มีความหมายว่า เมื่อไม่มี
วิถีจิตเกิดขึ้นในระหว่างๆ

คำว่า ภวสฺส องฺคภาเวน (โดยความเป็นเหตุสืบต่อภพ) มีความหมายว่า โดย
ความเป็นเหตุต่อเนื่องกับภพที่จะไปเกิด เพราะเมื่อภวังคจิตไม่ดำเนินไป ภพที่จะไปเกิด
ย่อมขาดสูญ เนื่องจากรูปธรรมที่ปราศจากปัฉชาชาตปัจจัยย่อมเหี่ยวแห้งไปเหมือนต้นข้าว
อ่อนขาดฝน

๑๐๐.พึงสัมพันธ์[บทที่เพิ่มเข้ามา]ว่า ปฏิสนธิจิตนั้นจะเกิดเป็นจุติจิตแล้วดับไป

๑๐๑.คำว่า ยถากุกมํ เอว ปริวตฺตนฺตา ปวตฺตนฺติ (ปฏิสนธิจิตเป็นต้น ย่อม
หมุนเวียนไปตามลำดับ) มีความหมายว่า ปฏิสนธิจิตเป็นต้นย่อมหมุนเวียนไปตามลำดับ
ตราบจนถึงจุติจิตที่ดับขันธ์ปรินิพพาน ไม่ใช่ดับสูญไม่เกิดอีกเช่นกับที่ความเห็นผิดอย่าง
อื่น [อุจเฉททิฏฐิ]คาดคะเนไว้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka