Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พึงประกอบบทว่า ข้าพเจ้า[พระอนุรุธอาจารย์]ได้จำแนกธรรมคือจิตและเจตสิก พร้อมทั้ง[จำแนกเป็น]ประเภทและ[แสดง]ความเป็นไปไว้เพียงเท่านี้แล้ว บัดนี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวรูป

อธิบายการประมวลรูป ๕ อย่าง

๒. คำว่า สมุทเทส (การแสดงโดยย่อ) หมายถึง การแสดงคือพูดโดยย่อ

คำว่า วิภาค (การจำแนก) คือ การจำแนกรูปที่แสดงโดยย่ออีก

คำว่า สมุฏฐาน (สมุฏฐาน) คือ เหตุทำให้เกิดรูป หมายถึง กรรม เป็นต้น

คำว่า กลาป (หมวดหมู่) คือ สิ่งที่ส่วนย่อยเข้าไปรวมกัน หมายถึง กลุ่ม

คำว่า ปวตฺติกุกมโต แปลว่า โดยลำดับแห่งการเกิดขึ้น

อธิบายการแสดงรูปโดยย่อ

๓. มหาภูตรูป คือ รูปใหญ่โตปรากฏชัดตามลักษณะและรูปร่างของตน เมื่อเทียบเคียงกับอุปาทายรูป มหาภูตรูปใหญ่โตปรากฏชัดตามสภาวะของตน

(๑๘๒) ในคัมภีร์วิภาวินีและมหาฏีกากล่าวว่า “[รูปที่ใหญ่โตปรากฏชัด]โดยเนื่องกับรูปร่าง” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะชื่อว่ามหาภูตรูปมิได้เป็นไปโดยเนื่องกับรูปร่าง โดยปราศจากความกว้างขวางด้วยลักษณะของตน[มีความแข็งเป็นต้น] ความใหญ่โตโดยรูปร่างของมหาภูตรูปในกระแสขันธ์ที่มีใจครองและไม่มีใจครอง โดยความเป็นแผ่นดิน ภูเขา ปลาและเต่าเป็นต้นในมหาสมุทร มีมูลเหตุคือความกว้างขวางด้วยลักษณะของตน

อีกนัยหนึ่ง มายากรเรียกว่า มหาภูต เพราะเป็นผู้ใช้เล่ห์กลในโลก

อีกนัยหนึ่ง ยักษ์เป็นต้นเรียกว่า มหาภูต เพราะเป็นสิ่งที่คาดคะเนไม่ได้ในการเข้าสิงมนุษย์

อีกนัยหนึ่ง ยักษิณีเรียกว่า มหาภูต เพราะหลอกลวง[ให้หลงผิดโดยจำแลงร่างที่งดงาม]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka