ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปริจเฉทที่ ๖ รูปสังคหะ (ประมวลรูป) ๕๗๓
รูปทั้ง ๔ อย่างนี้เหมือนมายากรเป็นต้น เนื่องจากคล้ายกับมายากรเป็นต้นด้วยความหมายเหล่านั้น จึงชื่อว่า มหาภูตรูป
[คำว่า มหาภูต มีความหมาย ๔ ประการ คือ
- รูปใหญ่โตปรากฏชัด = มหนฺตานิ หุตฺวา ภวนฺติ ปาตุภวนฺตีติ มหาภูตานิ (สัมภาวนาบุรพบท กรรมธารยสมาส)
- รูปที่คล้ายกับมายากร = มหาภูตา วิยาติ มหาภูตานิ (ลง ณ ปัจจัยในอุปมาตัททิตท้ายมหาภูต ที่มีอรรถว่า มายากร)
- รูปที่คล้ายกับอมนุษย์ = มหาภูตา วิยาติ มหาภูตานิ (ลง ณ ปัจจัยในอุปมาตัททิตท้ายมหาภูต ที่มีอรรถว่า ยักษ์)
- รูปที่คล้ายกับนางยักษิณี = มหาภูตา วิยาติ มหาภูตานิ (ลง ณ ปัจจัยในอุปมาตัททิตท้ายมหาภูต ที่มีอรรถว่า นางยักษิณี)]
อนึ่ง ในฝ่ายอุปมานะและอุปไมยทั้งสองพึงมีรูปวิเคราะห์ว่า “มหาภูต คือ มายากรเป็นต้น หรือรูปที่ไม่มีจริง หรือรูปที่มีความอัศจรรย์อันใหญ่หลวง”
(๑๘๓) ในคัมภีร์วิภาวนีแสดงยักษิณีให้เป็นคำอุปมาโดยเฉพาะแล้วกล่าวว่า “อีกนัยหนึ่ง มหาภูตรูป คือ รูปที่ไม่มีจริง เพราะหลอกลวงเหล่าสัตว์ด้วยการแสดงรูปสตรีหรือบุรุษที่น่าพึงใจเป็นต้น ประดุจยักษิณีผู้หลอกลวงเหล่าสัตว์ด้วยผิวพรรณรูปร่างที่น่าพึงใจ” ข้อความนั้นไม่สอดคล้องกับคัมภีร์อรรถกถา เพราะในคำอธิบายของคำว่า มหาภูต-สาพญฺญโต (เพราะเหมือนมายากร ยักษ์ และยักษิณีที่ชื่อว่า มหาภูต) พระอรรถกถาจารย์กล่าวถึงมหาภูต ๓ อย่างไว้ในคัมภีร์อรรถกถา คือมายากร ยักษ์ และยักษิณี
คำว่า จตุนฺนํ มหาภูตานํ (มหาภูตรูป ๔) ลงฉัฏฐีวิภัตติในอรรถของทุติยาวิภัตติ
คำว่า อุปทาย แปลว่า อาศัยมั่นคง
พึงเพิ่มบทเข้ามาว่า ปวตฺตํ (เป็นไป) หรือพึงทราบบทสมาสว่า รูปที่อาศัย [มหาภูตรูป]
[ตามนัยแรกมีรูปแยกกันเป็นสองบทว่า อุปทาย รูปํ โดยเพิ่มคำว่า ปวตฺตํ เข้ามาในประโยค ส่วนนัยหลังมีรูปติดกันเป็นบทสมาสว่า อุปทายรูปํ]