Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

- รูปทำให้เหล่าสัตว์นำชีวิตไป = ชีวิติ วหนฺติ เอตายาติ ชิวหา (ชีวิต บทหน้า + วห ธาตุ + อ ปัจจัยในกรณสารนะ)

- รูนำความชนะหรือความแพ้ = ชิตี วหตีติ ชิวหา (ชิตี บทหน้า + วห ธาตุ + อ ปัจจัยในกัตตุสารนะ)

- รูปทำให้เหล่าสัตว์นำความชนะหรือความแพ้ = ชิตี วหนฺติ เอตายาติ ชิวหา (ชิติ บทหน้า + วห ธาตุ + อ ปัจจัยในกรณสารนะ)]

ในที่นี้ ชิวหาปสาทรูปได้ชื่อว่า ชิวหา เพราะเกิดร่วมกับสัณฐาน[คือลิ้น]

กาย คือ รูปอันเป็นที่เกิดของผมเป็นต้นและอกุศลธรรมที่น่ารังเกียจ หมายถึง ร่างกายที่ประกอบด้วยรูปร่างสัณฐาน แต่ในที่นี้ประสงค์กายประสาทที่เกิดร่วมกับรูปกาย

ปสาทรูป คือ รูปใส

อีกนัยหนึ่ง ปสาทรูป คือ รูปเป็นที่ปรากฏของนิมิตอารมณ์มีดวงจันทร์เป็นต้นโดย สภาวะของตนคล้ายกับฝังลึกลง หมายถึง รูปใสที่เกิดจากกรรมซึ่งเหมือนกระจกใสแวววับ

[คำว่า ปสาทรูป มีความหมาย ๒ ประการ คือ

- รูปใส = ปสีทนฺตีติ ปสาทา (ป บทหน้า + สท ธาตุ = ใส + ณ ปัจจัยในกัตตุสารนะ)

- รูปเป็นที่ปรากฏของนิมิตอารมณ์ = ปสีทนฺติ เถตฺถ นิมิฏตารมฺมณานิ สนฺทิสฺสนฺตีติ ปสาทา (ป บทหน้า + สท ธาตุ = ปรากฏ + ณ ปัจจัยในอธิกรณสารนะ)]

จักขุประสาทเป็นต้นเหล่านี้ มีลักษณะใสซึ่งเกิดจากกรรมที่ต้องการจะเห็น ฯลฯ เป็นเหตุ หรือมีลักษณะคือความใสของมหาภูตรูปที่ควรกระทบกับรูปารมณ์เป็นต้น

จักขุประสาทดำรงอยู่ซึมซาบเยื่อตา ๗ ชั้นเหมือนน้ำมันซึมซับปุยทุ่น ๗ ชั้น ใน ฐานะที่เห็นได้ซึ่งเป็นที่เกิดแห่งสรีระสัณฐานของผู้ยืนอยู่ตรงหน้า มีขนาดเท่าหัวเล็บอยู่ กลางแววตาดำที่มีตาขาวแวดล้อม

โสตประสาทดำรงอยู่ซึมซาบตลอดสถานที่มีขนแดงเล็กงอกขึ้นคล้ายวงแหวน ภายในช่องหู

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka