Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ฆานประสาทดำรงอยู่ซึมซาบตลอดสถานที่มีสัณฐานดั่งกีบแพะภายในจมูก

ชิวหาประสาทดำรงอยู่ซึมซาบสถานที่มีสัณฐานดั่งปลายกลีบบัวท่ามกลางลิ้นที่ประกอบด้วยอวัยวะสัณฐาน

ผังกายประสาทดำรงอยู่ซึมซาบตลอดร่างกายทั้งหมดไม่มีเหลือเช่นกับน้ำมันที่ราดใส่ปุยฝ้ายกองใหญ่ โดยยกเว้นที่ตั้งของไฟธาตุย่อยอาหาร ปลายผม ปลายขน ปลายเล็บและหนังแห้ง

ปสาทรูปทั้ง ๕ ย่อมให้สำเร็จความเป็นวัตถุและทวารของจิตที่เกิดทางปัญจทวารตามสมควร ธาตุสี่อย่างๆ ย่อมกระทำอุปการะแก่ปสาทรูปหนึ่งๆ ด้วยหน้าที่คือการทรงไว้ การเกาะกุม การสุกงอม และการเคลื่อนไหว เปรียบดั่งพระพี่เลี้ยงทั้งสี่บำรุงเลี้ยงดูขัตติยกุมารด้วยหน้าที่คือการอุ้ม ให้สรงสนาน แต่งพระองค์ และถวายงานพัด ทั้งอุตุ จิต และอาหารก็อุปถัมภ์ปสาทรูปประดุจพระราชบิดา พระเชษฐา และพระพี่นางอุปถัมภ์ขัตติยกุมารอยู่ ชีวิตินทรีย์ย่อมตามคุ้มครองปสาทรูปเป็นอย่างดีคล้ายหมอหลวงทิศปาโมกข์ที่พระราชาทรงแต่งตั้งไว้ตามคุ้มครองขัตติยกุมารอยู่ แม้อุปทายรูปมีสีเป็นต้นก็แวดล้อมปสาทรูปเปรียบเสมือนบุตรอำมาตย์ผู้เกิดร่วมกันแวดล้อมขัตติยกุมารอยู่

ขึ้นชื่อว่าจิตของเหล่าสัตว์เป็นสภาพอันวิจิตร สัญญาวิจิตรเพราะความวิจิตรแห่งจิต ตัณหาวิจิตรเพราะความวิจิตรแห่งสัญญา กรรมวิจิตรเพราะความวิจิตรแห่งตัณหา มหาภูตรูปที่เกิดจากกรรมย่อมวิจิตรเพราะความวิจิตรแห่งกรรม ปสาทรูปเหล่านี้วิจิตรแตกต่างกันเพราะความวิจิตรแห่งมหาภูตรูป ความจริงแม้ปสาทรูปจะเป็นรูปใส บางอย่างก็ควรให้รูปกระทบ ไม่ควรให้เสียงเป็นต้นกระทบ บางอย่างควรให้เสียงเป็นต้นกระทบ ไม่ควรให้รูปกระทบ เพราะเหตุนั้น ปสาทรูปจึงมีลักษณะไม่ระคนกันเองหรือระคนกับรูปอื่น

๖. คำว่า รุปะ (สี) คือ รูปแสดง หมายความว่า ถึงความเป็นสีสรรต่างกันแล้วแสดงสภาพที่เกิดขึ้นในใจ [คือเมื่อเห็นใบหน้าแล้วก็รู้ว่าพอใจ ดีใจ โกรธ หรือเสียใจเป็นต้น]

อีกนัยหนึ่ง รูบะ คือ รูปแสดงสัณฐานหรือที่เสมอกันและที่ไม่เสมอกันอย่างใดอย่างหนึ่งโดยปกติ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka