Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

- รูปที่ถูกลมทรงไว้ = คาเวน ธารีย์ตีติ คนฺโถ (โค บทหน้า + ธร ธาตุ = ทรงไว้ + อ ปัจจัยในกรรมสาธนะ)]

คำว่า รสะ (รส) คือ รูปที่น่าปรารถนา
คำว่า โผฏฐพพะ (สัมผัส) คือ รูปที่ถูกกระทบ
การกระทบในที่นี้ คือการที่อารมณ์มีรูปเป็นต้นสัมผัสกับปสาทรูป และการกระทบกระทั่งระหว่างมหาภูตรูปในรูปกลาป การกระทบทั้งสองนั้นไม่มีในอาโปธาตุ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อาโปธาตุวิวชฺชิตํ (ยกเว้นอาโปธาตุ)

ถามว่า : เหตุใดอาโปธาตุจึงไม่มีการกระทบ บุคคลสัมผัสความเย็นหรือความเหลวได้มิใช่หรือ

ตอบว่า : ความเย็นเป็นเตโชธาตุ มิใช่อาโปธาตุ ถ้าความเย็นเป็นอาโปธาตุ อาโปธาตุก็พึงเกิดในน้ำโลหะที่เดือดพล่าน เพราะน้ำมีอาโปมาก แต่มิใช่เช่นนั้น ความเย็นจึงเป็นเตโชธาตุเท่านั้น มิใช่อาโปธาตุ

ความเย็นรู้ได้ว่าเป็นเตโชธาตุ เพราะความเย็นกับความร้อนไม่เกิดในกลุ่มรูปเดียวกัน ทั้งไม่แน่นอนเหมือนฝั่งโน้นกับฝั่งนี้ [คือคนที่ยืนอยู่ที่ฝั่งนี้เรียกฝั่งที่ตนยืนอยู่ว่าฝั่งนี้ และเรียกฝั่งตรงกันข้ามว่าฝั่งโน้น ส่วนคนที่ยืนอยู่ที่ฝั่งโน้น ก็เรียกสลับกันกับคนที่ยืนอยู่ที่ฝั่งนี้] โดยแท้จริงแล้ว ความร้อนย่อมไม่เกิดร่วมกับความเย็นในกลุ่มรูปเย็น หรือความเย็นไม่เกิดร่วมกับความร้อนในกลุ่มรูปร้อน ความสำคัญว่าเย็นดำรงอยู่ในสิ่งใดก่อน ภายหลังเมื่อพบสิ่งที่เย็นกว่านั้น ความสำคัญว่าร้อนย่อมดำรงอยู่ในสิ่งนั้นอีก ความสำคัญว่าร้อนในสิ่งที่พบก่อนก็มีนัยเดียวกัน เช่นเดียวกันนี้ ความสำคัญว่าเย็นย่อมดำรงอยู่ในสิ่งทีร้อนไม่มาก และความสำคัญว่าร้อนก็ดำรงอยู่ในสิ่งทีเย็นไม่มาก

ถ้าอาโปธาตุที่เป็นความเหลวพึงสัมผัสได้ แม้สภาพเกาะกุมในก้อนเหล็กเป็นต้น ก็พึงสัมผัสได้เช่นกัน หากเป็นตามนี้ อาโปธาตุก็ควรเป็นอารมณ์ของสุขและทุกข์ทางกาย โดยปราศจากมหาภูตรูปอื่นได้ เหมือนมหาภูตรูปที่เหลือ ๓ อย่างในมหาภูตรูป ๔ นั้น เป็นอารมณ์ของสุขและทุกข์ทางกายโดยเฉพาะๆ เว้นจากมหาภูตรูปอื่นได้ แต่อาโปธาตุ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka