Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

รูปเหล่านั้นกล่าวว่า โคจรรูป โดยนำเข้าสู่ความเป็นเอกพจน์ในที่นี้

[โคจรรูปแม้จะมี ๕ อย่าง ก็กล่าวเป็นรูปเอกพจน์ว่า โคจรรูป โดยมองหากลุ่มรูปชนิดเดียวกัน การใช้คำในลักษณะนี้เรียกว่า ชาตยาเปกขนัย คือ การมองหาประเภทเดียวกัน]

โคจรรูป ๕ อย่างนี้ พึงทราบว่าเป็นรูปารมณ์เป็นต้นซึ่งมีลักษณะกระทบที่จักขุ-ประสาทเป็นต้นตามลำดับ

๗. คำว่า อิตถี (หญิง) คือ กองขันธ์ ๕ ที่ตั้งอยู่ในลักษณะไม่สะอาด

คำว่า อิตถัตตะ (ความเป็นหญิง) คือ รูปที่ทำให้กองขันธ์ ๕ ตั้งอยู่เป็นไปอย่างนั้น โดยมีรูปวิเคราะห์ว่า ภาวะของหญิง ชื่อว่า อิตถัตตะ

คำว่า ปุริสะ (ชาย) คือ กองขันธ์ ๕ ที่ตั้งอยู่ในลักษณะสะอาด

ข้อความที่เหลือมีนัยที่กล่าวไว้แล้ว

ในเรื่องนั้น อิตถัตตะ คือ ลักษณะที่เป็นเหตุเกิดแห่งเพศหญิง สัณฐานของผู้หญิง การกระทำของผู้หญิง และอาการของผู้หญิง

ปุริสัตตะ (ความเป็นชาย) คือ ลักษณะที่เป็นเหตุเกิดแห่งเพศชาย สัณฐานของผู้ชาย การกระทำของผู้ชาย และอาการของผู้ชาย

ในพากย์นั้น คำว่า “เพศ” คือ สัณฐานใหญ่ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ [เช่น รูปร่าง]

คำว่า “สัณฐาน” คือ สัณฐานเล็กที่เป็นองค์ประกอบย่อย [เช่น อก เอว เป็นต้น]

คำว่า “การกระทำ” คือ กิริยาพิเศษมีการเล่นและการยิ้มแย้มเป็นต้น

คำว่า “อาการ” คือ อาการพิเศษมีการไปเป็นต้น

ทั้งหมดนั้นคือความเป็นไปพิเศษของขันธ์ ๕ ที่เรียกว่า ลิงค์ (เพศ) ในคัมภีร์ไวยากรณ์ทั้งหลาย และทำให้ชาวโลกรู้กันว่านี่คือผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย หรือนี่คือผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง

การที่สัณฐานเป็นต้นมีลักษณะไม่สะอาดเป็นต้น หมายถึงภาวะที่แสดงเพศเป็นหญิงและชายโดยตรง ทั้งการพ้นจากสภาพทั้งสองอย่างนั้นก็เป็นภาวะที่แสดงเพศบัณเฑาะก์ ลักษณะไม่สะอาดเป็นต้นย่อมปรากฏตามสมควรในรูปศัพท์ที่เรียกว่าบทอักษรและในเนื้อความ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka