Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ของรูปศัพท์ ดังนั้น รูปศัพท์ไม่มีอินทรีย์ [ความเป็นหญิงหรือชาย] และเนื้อความของ ศัพท์มีต้นไม้เป็นต้น จึงอาจเป็นอิตถลิงค์ ปุงลิงค์ และนปุงสกลิงค์ได้โดยปริยาย

[ศัพท์ที่แสดงภาวะของหญิง มีลักษณะประจำเพศที่ไม่สะอาด รวมถึงสัณฐาน การกระทำ และอาการ ศัพท์ที่แสดงภาวะของชาย มีลักษณะประจำเพศที่สะอาดเป็นต้น ส่วนศัพท์แสดงภาวะ ของบัณเฑาะก์ มีลักษณะประจำเพศที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างสองเพศ ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเพศหญิง สกปรกกว่าเพศชาย และไม่ได้หมายถึงว่าเพศชายสะอาดกว่าเพศหญิง แต่หมายถึงรูปศัพท์ที่แสดง เพศทางไวยากรณ์ กล่าวคือ ภาษาบาลีจะแสดงเพศประจำศัพท์โดยทั่วไป ศัพท์ที่ลงวิภัตตินามแล้ว ประกอบรูปเข้าใจง่าย ไม่สับสน เรียกว่ามีลักษณะสะอาด ท่านบัญญัติว่า ปุงลิงค์ (เพศชาย) ส่วน ศัพท์ที่ลงวิภัตตินามแล้วประกอบรูปสับสนเข้าใจยาก เรียกว่ามีลักษณะไม่สะอาด ท่านบัญญัติว่า อิตถลิงค์ (เพศหญิง) ส่วนศัพท์ปานกลาง ที่ไม่ยากหรือไม่ง่ายนัก เรียกว่ามีลักษณะก้ำกึ่ง ท่านบัญญัติว่า นปุงสกลิงค์ (เพศบัณเฑาะก์) แม้เนื้อความของศัพท์ก็มีเพศตามศัพท์นั้นๆ ด้วยเหตุนี้ ศัพท์ที่กล่าว ถึงสัตว์บุคคลที่ปรากฏเพศจริง หรือสิ่งที่ไม่ปรากฏเพศและไม่มีชีวิต เช่น ต้นไม้ ภูเขา เป็นต้น จึงมี เพศตามไวยากรณ์เสมอ]

(๑๘๕) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “คำว่า อิตถลิงค์ คือ องค์กำเนิดของหญิง” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะคำว่า ลิงคุ ที่ปรากฏในองค์กำเนิดเหมือนคำว่า นิมิตุต ไม่ ปรากฏในพระบาลีหรืออรรถกถาใดๆ

(๑๘๖) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “คำว่า อิตถาถกัปปะ คือ สัณฐานของหญิง” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะคำว่า อากปป ปปรากฏในสัณฐานเหมือนคำว่า ลิงคุ ไม่พบ[ใน คัมภีร์ใดๆ]

ข้อความอื่นที่กล่าวไว้ในคัมภีร์วิภาวนี แม้ไม่สอดคล้องกับคัมภีร์อรรถกถา ก็ สมควรโดยปริยายนั้น

คำว่า ภาวะ คือ เหตุให้เกิดความเข้าใจและเป็นที่มาของชื่ออย่างนี้ว่า นั่นคือหญิง นั่นคือชาย ในกระแสขันธ์ที่เกิดร่วมกับภาวรูป หรือเป็นเหตุให้เกิดเพศเป็นต้นในกระแส ขันธ์ดังกล่าว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka