ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
วตฺถุ กุสลาน ขนฺธาน นิมฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. วตฺถุ อกุสลาน ขนฺธาน นิมฺสยปจฺจโย
ปจฺจโย.๕
“[หทัย]วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นกุศล โดยความเป็นนิสสัยปัจจัย”
“[หทัย]วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอกุศล โดยความเป็นนิสสัยปัจจัย”
ในข้อนี้ วัตถุรูปอื่นอกจากวัตถุ ๖ ย่อมไม่มี ทั้งวัตถุรูป ๕ อย่างแรกก็มิได้
เป็นที่อาศัยของกุศลเป็นต้น วัตถุที่ตรัสไว้ในคัมภีร์ปัฏฐานโดยความเป็นนิสสัยปัจจัย จึง
หมายถึงวัตถุรูปเฉพาะอย่างหนึ่ง[คือหทัยวัตถุ]
(๑๘๗) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวถึงความเหมาะสมไว้เพื่อชี้แจงความสงสัยในรูป
ทั่วไปโดยดำริว่า “ความสงสัยในรูปทั่วไปอาจจะมีได้เพราะพระผู้มีพระภาคตรัส[โดยไม่ระบุ
ไว้ว่า ‘อาศัยรูปใดแล้ว’” เป็นต้น แต่ความสงสัยเช่นนั้นไม่ควรมี เพราะในคัมภีร์ปัฏฐาน
ตรัสโดยชื่อว่า วัตถุ ในฐานะมากมายที่ไม่เกี่ยวกับรูปอื่น
๙. ชีวิตรูป คือ รูปที่ทำให้ธรรมซึ่งเกิดร่วมกันดำรงอยู่ได้
อินทรีย์ คือ รูปที่ทำตนให้เป็นใหญ่ในรูปที่เกิดร่วมกัน เพราะประกอบด้วยความ
เป็นใหญ่ในการตั้งอยู่ของรูปที่เกิดร่วมกันดังกล่าว
ชีวิตินทรีย์ คือ ชีวิตรูปที่เป็นใหญ่
ชีวิตินทรีย์มีลักษณะตามรักษารูป[อื่น]ที่เกิดร่วมกัน เปรียบเหมือนดอกอุบล
เป็นต้นที่เกิดจากเมล็ด แม้เมล็ดจะผุพังไปก็มีน้ำหล่อเลี้ยงคงอยู่ได้ตลอดกาลนาน ฉันใด
กรรมชรูปที่เกิดจากกรรมซึ่งดับไปแล้ว แม้ไม่มีกรรมอยู่ก็มีชีวิตินทรีย์ตามรักษา จึงดำรง
อยู่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดร้อยปีบ้าง พันปีบ้าง กัปหนึ่งบ้าง หนึ่งหมื่นหกพันกัปบ้าง
โดยความพิสดารดังนี้ รูปอื่นที่ปราศจากชีวิตินทรีย์ย่อมดำรงอยู่ไม่ได้ เพราะเมื่อจิต
อุตุ หรืออาหารที่เป็นเหตุดับไป รูปดังกล่าวย่อมดับไป ไม่อาจจะสืบต่อกระแสต่อไปแม้สักครู่
ความจริงในบรรดารูปเหล่านั้น สันตติปัจจุบัน (ปัจจุบันต่อเนื่อง) ของจิตตชรูปมีกำหนด