ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
บ่ายหน้าไปสู่ทิศทางที่ตนปรารถนาอย่างนี้ จึงเหมือนนายท้าย
ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
เอกชวนวิถิยํ สตฺตสุ ชวเนสุ ปฐมชวนสมฺปุริตา วาโยธาตุ อตฺตนา สหชาตรูป-
กายํ สถฺมเกตุ สุสฺธเรตฺ สกฺโกติ. อปราปรํ ปน จาเลตุ น สกฺโกติ. ทุติยาทีสปิ เอเสว นโย.
สตฺตมจิตเตน ปน สมฺปุริตา วาโยธาตุ เหฏฐา ฉหิ จิตฺเตหิ สมฺปุริตํ วาโยธาตุ อุปฏฺถภฺนปจฺจยํ
ลภิตฺวา อตฺตนา สหชาตํ รูปกายํ สมฺถภฺเกตุ สุสฺธเรตฺ จาเลตุํ อภิกุกมาเปตุํ สกฺโกติ.”
“บรรดาชวนจิต ๗ ดวงในชวนวิถีจิตหนึ่งวิถี วาโยธาตุที่เกิดจาก ชวนจิตดวงแรก
ค้ำจุนรูปกายที่เกิดร่วมกับตนไว้ได้ แต่ทำให้เคลื่อนไหว ไปมาไม่ได้ ชวนจิตดวงที่ ๒ เป็นต้น
ก็เหมือนกัน ส่วนวาโยธาตุที่เกิดร่วมกับชวนจิตดวงที่ ๗ ได้รับปัจจัยอุปถัมภ์คือวาโยธาตุ
ที่เกิดจากจิต ๖ ดวงก่อน จึงค้ำจุนรูปกายนี้ทำให้เคลื่อนไหวก้าวไปได้”
ข้อความนั้นหมายเอาวาระที่มีการก้าวไปสถานที่อื่นคือการเคลื่อนไหวในเมื่อ
ชวนวาระหลายพันขณะเกิดขึ้นแก่ผู้ทรงตัวอยู่โดยคิดว่าเราจะก้าวไป เพราะความเคลื่อนไหว
ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยชวนวาระเล็กน้อย ถ้าเกิดขึ้นได้จริง เหล่าสัตว์ทั้งหมดก็ควรจะไปได้เร็ว
ยิ่งนักเหมือนการที่ผู้มีฤทธิ์เหาะไปด้วยฤทธิ์
ถามว่า : เหตุใดความเคลื่อนไหวจึงเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยชวนวาระเล็กน้อย
ตอบว่า : เพราะจิตเสนโภฏิขณะมากมายได้เกิดขึ้นในขณะหนึ่ง ข้อความนี้จัก
ปรากฏในคำอธิบายการเกิดเสียงพูดในปริจเฉทต่อไป [ดู ปริจเฉทที่ ๘ ข้อ ๔๓] ดังนั้น
การค้ำจุนไว้ได้จึงเกิดในชวนวาระก่อนจากชวนวาระจิตดวงที่ ๗ และการอุปมาเกวียน
เทียมแอก ๗ เล่มที่กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถานี้ ย่อมสมควรในการอุปถัมภ์ต่อๆ มาของ
วาโยธาตุที่เกิดในชวนวิถีต่างกัน
แม้กองอุตตุรูปที่เกิดในกระแสจิตตชรูปที่เคลื่อนไหวก็เหมือนกระแสจิตตชรูปนั้น
คือดำเนินไปมีการเคลื่อนไหวเหมือนกับรูปที่ประกอบด้วยวิญญัติ การเคลื่อนไหวมมีการก้าวไป
เป็นต้นในเวลาเกิดภวังคจิตจึงมีได้ในระหว่างๆ ของชวนวิถีจิตต่างๆ ที่เกิดก่อนและหลังจาก
ภวังคจิต ทั้งรูปที่เกิดจากเหตุ ๔ อันเป็นไปเนืองกันย่อมคล้อยตามกระแสจิตตชรูปโดย