Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ประการ ทั้งปวงเหมือนกับเป็นรูปที่มีเหตุเดียวกันในอารมณ์หนึ่ง ด้วยเหตุนี้ เมื่อจิตตชรูป
เคลื่อนอยู่ รูปอื่นก็เคลื่อนไปเช่นกัน การเคลื่อนไปในข้อนี้ คือการเกิดต่อๆ มาของกองรูป
ภายหลังด้วย อาการดำรงอยู่ตามที่เป็นไปในสถานที่อื่นจากสถานที่เกิดก่อนของกองรูป
เบื้องแรก เพราะรูปธรรมกับนามธรรมที่ยังไม่ดับสูญย่อมไม่ย้ายไปสถานที่อื่นแม้เพียงปลายผม
มิฉะนั้นแล้วรูปธรรมกับนามธรรมก็ไม่ควรจะมีลักษณะดำรงอยู่ชั่วขณะ ปราศจากความ
ขวนขวาย และไม่อยู่ในอำนาจ

เมื่อบุคคลเปล่งเสียงพูดคำใดคำหนึ่ง เสียงที่เกิดจากจิตคือเสียงพูดที่เกิดร่วมกับ
การประจวบกันของฐาน (ที่เกิดเสียงมีคอเป็นต้น) และกรณ์ (เครื่องทำเสียงมีเพดานเป็นต้น)
กล่าวคือการกระทบของปฐวีย์ธาตุที่เกิดจากจิตอันเป็นไปในคอที่เคลื่อนไหวอยู่ในปฐวีย์ธาตุที่
มีใจครองอันเกิดขึ้นในกัณฐฐาน (ฐานคือคอ) เป็นต้น

เสียงที่เกิดจากจิตนั้นย่อมเข้าถึงความเป็นเสียงนั้นๆ ตามความมุ่งหมายด้วย
อาการพูดที่เกิดร่วมกับตน และบทพยัญชนะต่างๆ อันเป็นรูปประชุมของเสียงซึ่งแสดง
ข้อความนั้นๆ แก่ผู้ฟังได้ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอาการพูด อาการพูดคือวาจาสื่อสารดังกล่าว
ชื่อว่า วจีวิญัติ

ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า

ตสฺสา ปน จิตตสมุฏฐานาย ปกวีธาตุยา อุปทินฺนพฺภฎนสฺส ปจจยภูโต เอโก
อาการวิกาโร วจีวิญฺญตฺติ นาม. ๒

“อาการพูดที่ทำให้ปฐวีย์ธาตุซึ่งเกิดจากจิตกระทบกับปฐวีย์ธาตุที่มีใจครอง ชื่อว่า
วจีวิญัติ”

ในพากย์นั้น คำว่า “ทำให้ปฐวีย์ธาตุที่เกิดจากจิตกระทบกับปฐวีย์ธาตุที่มีใจครอง”
หมายความว่า ก่อให้เกิดเสียงต่างกันโดยอาศัยการกระทบกับปฐวีย์ธาตุที่มีใจครองอันเกิด
จากกรรมหรือเกิดแต่เหตุทั้งสี่ ส่วนสิ่งที่ทำให้กระทบ คืออวัยวะทางกายต่างๆ อันเป็นรูป
ที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมในคอเป็นต้นที่เคลื่อนไหวอยู่ [คือเปลี่ยนจากการสงบนิ่งมาเป็นการ
เคลื่อนไหว]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka