ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
วิการรูปทั้งสองมีลักษณะต่างกันดังนี้ การกระทบกับปฐวีธาตุที่มีใจครอง เป็นหน้าที่
ของปฐวีธาตุที่เกิดจากจิต ส่วนการทำให้ปฐวีธาตุนั้นกระทบกันด้วยความตั้งใจก่อให้เกิด
เสียงพูดที่ต้องการ เป็นหน้าที่ของกายวิญัติ การทำเสียงพูดที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทบ
ให้ถึงความเป็นพยางค์นั้นๆ เป็นหน้าที่ของวจีวิญัติ
การกระทบกับปฐวีธาตุที่มีใจครองเหมือนพื้นกลอง ปฐวีธาตุที่เกิดจากจิตเหมือนมือ
ที่ใช้ตีกลอง กายวิญัติเหมือนการเคลื่อนมือ วจีวิญัติเหมือนเสียง พยางค์ที่แตกต่างกัน
เหมือนเสียงกลองที่แตกต่างกัน
ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
อิทํ วภฺขามิ เอตํ วภฺขามีติ อุปปชฺชมานํ จิตฺตํ อฏฺฐรูปานิ สมุฏฐาเปติ. เตสํ อพฺภนฺตเร
จิตฺตสมุฏฐานา ปถวีธาตุ อุปาทินนก์ ฆฏฺฏยมานา อุปปชฺชตี. เตน ธาตุฆฏฺฏเนน สเหว
สทฺโท อุปปชฺชตี.๓๓
“จิตที่เกิดขึ้นว่า ‘เราจักกล่าวคำนี้’ ย่อมก่อให้เกิดรูปกลาป ๘ ปฐวีธาตุที่เกิด
จากจิตภายในรูปเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นกระทบปฐวีธาตุที่มีใจครอง เสียงพูดย่อมเกิดขึ้น
พร้อมกับการกระทบของธาตุดังกล่าว”
ปุริมจิตตสมุฏฐานาย อุปตฺถมภนกิจจมปิ นตฺถิ.๓๔
“หน้าที่ในการอุปถัมภ์ปฐวีธาตุที่มีจิตดวงก่อนเป็นสมุฏฐานย่อมไม่มี”
ข้อความนั้นหมายความถึงเวลาที่มีพยางค์ปรากฏชัดในเมื่อชวนวาระหลายร้อย
ขณะเป็นไปอยู่ ดังสาธกในคัมภีร์มูลฎีกาว่า
อุปตฺถมภนกิจจํ นตฺถิ ลทฺธาเสวนเน จิตฺตเตเนว ฆฏฺฏนสฺส พลวภาวโต.๓๕
“หน้าที่ในการอุปถัมภ์ด้วยจิตที่ได้รับอาเสวนปัจจัยแล้วย่อมไม่มี เพราะการ
กระทบมีกำลัง”