Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ส่วนในวิญัติรูปที่มีความหมายว่า “รูปทำให้เกิด” บุคคลเห็นคนอื่นที่ก้าวไปทาง
จักขุวิญญาณวิถีแล้ว ย่อมรับรู้วิญัติที่ก้าวไปและจิตที่คิดก้าวไปด้วยมโนวิญญาณวิถี การ
ถอยกลับเป็นต้นก็มีนัยเดียวกัน เช่นเดียวกันนี้ บุคคลสดับคำของคนอื่นด้วยโสตวิญญาณวิถี
แล้ว ย่อมรับรู้วิญัติคือคำพูดและจิตที่คิดจะพูดด้วยมโนวิญญาณวิถี เมื่อเห็นคนอื่น
เคลื่อนไหวอวัยวะทางกายด้วยจิตกำหนด ย่อมรับรู้วิญัติที่เคลื่อนไหวและจิตกำหนด
เมื่อสดับคำของคนกำหนด ย่อมรับรู้วิญัติที่พูดและจิตกำหนด กิริยาทางกายและวาจา
ทุกอย่างมีนัยเดียวกัน

๑๔. ลหุตา คือ ความเบา
มุทุตา คือ ความอ่อน
กัมมัญญะ คือ รูปที่ควรแก่กิริยา หมายความว่า รูปที่เหมาะสมแก่กิริยา
กัมมัญญตา คือ ความควรแก่กิริยานั่นแหละ

ความเบาของรูปมีลักษณะไม่หนัก ความอ่อนของรูปมีลักษณะไม่แข็ง ความควร
แก่กิริยาของรูปมีลักษณะสมควรแก่กิริยาที่คล้อยตามอาการทางสรีระ๒

ความเบาของรูปเป็นต้นแม้เกิดร่วมกันก็ไม่ระคนกันด้วยอำนาจของปัจจัยที่ตรง
กันข้ามและปัจจัยที่เหมาะสม หมายความว่า เมื่อบุคคลประจวบกับอุตุ อาหาร หรืออาการ
ทางจิตที่ตรงกันข้ามกับสรีระของตน บางคราวธาตุในกายย่อมทำให้สรีระทั้งหมดหรือบางส่วน
กระสับกระส่าย ก่อให้เกิดอโปธาตุเหมือนงูพิษทำให้สรีระเน่าเปื่อย ทำให้สรีระหนักทรง
ได้ยากเหมือนของหนักที่ยกขึ้นได้ยาก ย่อมทำให้เกิดทุกข์ที่มีความหนักของสรีระเป็นเหตุ
ในการเปลี่ยนอิริยาบถ ในขณะนั้น ความเบาของรูปย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ แต่เมื่อประจวบกับ
อุตุ อาหาร หรืออาการทางจิตที่เหมาะสมกับสรีระของตน การกระสับกระส่ายของธาตุ
ย่อมสงบไป สรีระมีสภาพเบา การเปลี่ยนอิริยาบถย่อมจะไม่มีทุกข์ที่มีความหนักของสรีระ
เป็นเหตุ ในขณะนั้น ความเบาของรูปย่อมเกิดขึ้น

ความอ่อนของรูปและความควรแก่กิริยาของรูปอื่นก็มีนัยเดียวกัน แต่โดยความ
พิเศษแล้ว ความอ่อนของรูปมีดังนี้คือ ธาตุในสรีระย่อมก่อให้เกิดปฐวีธาตุเหมือนงูพิษ ทำให้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka