ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“การเกิดขึ้นก่อนของ[นิปผันน]รูปมีอยู่ การเกิดขึ้นก่อนนั้นเป็นการเกิดต่อมาของรูป[มีจักขุทสกลาปเป็นต้น] การเกิดต่อมาของรูปนั้นเป็นการดำเนินไปของรูป”
[คำว่า อุปจย มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- การเกิดก่อน = อาทิโต จโย อุปจโย (ปัญจมีตัปปุริสสมาส อุป ศัพท์มีอรรถว่าก่อน)
- การเกิดต่อมา = อุปริโต จโย อุปจโย (ปัญจมีตัปปุริสสมาส อุป ศัพท์มีอรรถว่าต่อมา)]
คำว่า ตติ คือ การดำเนินไป
สันตติ คือ การดำเนินไปสืบเนื่องกัน
อีกนัยหนึ่ง สันตติ คือ การดำเนินไปเสมอ หมายความว่า ความเป็นไปของรูปตามที่เกิดขึ้นโดยทำอัตภาพให้คงอยู่ได้นาน
[คำว่า สนุตติ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- การดำเนินไปสืบเนื่องกัน = สมพุนฺธา ตติ สนุตติ (วิเสสบุพบท กรรมธายสมาส)
- การดำเนินไปเสมอ = ปุนปปุนํ ตติ สนุตติ (ทุติยาตัปปุริสสมาส)]
การเกิดขึ้นของรูปในขณะถือปฏิสนธิของเหล่าสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ชื่อว่า อุปจยะ เพราะเป็นสภาพเกิดขึ้นก่อน ต่อจากนั้นการเกิดขึ้นของรูปในช่วงระยะเกิดตา หู จมูก และลิ้นซึ่งเกิดก่อนอวัยวะทั้งหมด ชื่อว่า อุปจยะ เพราะเป็นสภาพเจริญเติบโตต่อมา ภายหลังจากการเกิดขึ้นของกระแสรูปที่มีเหตุ ๔ ตลอดชีวิต ชื่อว่า สันตติ ดังสาธกในคัมภีร์อรรถกถาว่า
นทีตีเร นิชาตุกูปสฺมี อุทกุกคมนกาโล วิย อาจโย นิพพตติ. ปริปุณฺณกาโล วิย อุปปโย วฑฺฒติ. อชฺโฌตฺถฤติวา คมนกาโล วิย สนุตติ ปวตฺตติ.๒๔
“การอุบัติเกิดเหมือนเวลาน้ำขึ้นในบ่อน้ำที่ขุดไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำ ชื่อว่า การเกิดขึ้นก่อน การเจริญเติบโตเหมือนเวลาน้ำเต็มบ่อ ชื่อว่า การเกิดึ้้นต่อมา ความเป็นไปเหมือน