ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ชรา คือ ความแก่
อีกนัยหนึ่ง ชรา คือ รูปทำให้รูปอื่นแก่ คือถึงความแก่
[คำว่า ชรา มีความหมาย 2 ประการ คือ
- ความแก่ = ชีรณ์ ชรา (ภาวสาธนะ)
- รูปทำให้รูปอื่นแก่ = ชีรนฺติ เอตายาติ ชรา (กรณสาธนะ)]
ชรตา คือ ความแก่นั้นั่นเอง
คำว่า นิิจจะ คือ สภาพเที่ยงด้วยความเกิด ความแก่ และความพินาศ หมายถึง
อสังขตธรรม (ธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง)
คำว่า อนิจจะ คือ สภาพไม่เที่ยง หมายถึง สังขตธรรม (ธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง)
อนิจจตา คือ ความไม่เที่ยง หมายถึง ความพินาศ
(๑๙๐) ในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “คำว่า อนิจจะ คือ สภาพที่ไม่ควรเข้าถึงโดยความ
เป็นของเที่ยงไม่แปรปรวน” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะ นิจจ (เที่ยง) ศัพท์ปรากฏชัดใน
พระศาสนาและในโลก นิจจ ศัพท์นั้นเมื่อประกอบด้วย น อักษรก็กล่าวว่า อนิจจ (ไม่เที่ยง)
ในที่นี้
[คัมภีร์วิภาวนีเห็นว่า คำว่า อนิจจ ตัดบทเป็น น + อิิจจ (อิ ธาตุ + ริจจ ปัจจัย) เมื่อแปลง
น เป็น อนุ ตามหลักภาษาก็มีรูปว่า อนิจจ แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนีเห็นว่ามาจาก น + นิิจจ แปลง น
เป็น อ เหมือนคำว่า อสุสมณ (น + สมณ) เป็นต้น]
๑๕. ลักขณรูป คือ รูปที่เป็นเครื่องสังเกต กล่าวคือ ตัดสินธรรมทั้งหลายว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นสังขตธรรม หมายความว่า รูปที่ทำให้สังเกตรู้ความเป็นสังขตธรรม ดัง
พระพุทธวจนะในอังคุตตรนิกายว่า
ตีณิมานิ ภิกขเว สงขตสฺส สงขตลุกขณานิ. กตมานิ ตีณิ, อุปปาโท ปญฺญายติ,
วโย ปญฺญายติ, จิตฺสส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ.๒๔
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลักษณะแปรปรวนของสังขตธรรมมี ๓ อย่างเหล่านี้ ๓ อย่าง