ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
หรือธรรมภายนอก กล่าวไว้โดยจำแนกตามความแน่นแฟ้นหรือความอ่อนกำลังของตัณหา
ยึดมั่น มิได้กล่าวไว้โดยจำแนกตามสถานที่เกิด
(๑๙๒) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “ชื่อว่า รูปภายใน เพราะเกิดขึ้นอาศัยตนคือ
ร่างกาย แม้รูปอื่นที่เกิดในร่างกายจะมีอยู่ แต่จักขุประสาทเป็นต้นได้ชื่อว่า รูปภายใน โดย
ความเป็นสำนวน” ข้อความนั้นไม่งาม
(๑๙๓) ความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “คำว่า อัชฌัตตะ คือ รูปที่เกิดอาศัยจิตซึ่ง
เรียกว่าตนโดยความเป็นเหตุของจิต คำว่า อัชฌัตติกะ คือ รูปที่เกิดอาศัยจิตนั้นั่นเอง
[โดยลง ฉิก ปัจจัยในอรรถสกัณฑ์ไม่มีความหมายใดๆ]” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะหากมี
ข้อความดังกล่าว การที่จิตเป็นธรรมภายในย่อมไม่มี และมีความไม่ต่างกันระหว่างธรรม
ที่ชื่อว่าอัชฌัตตะกับอัชฌัตติกะ
ส่วนความที่กล่าวไว้ในคัมภีร์นั้นว่า “อีกนัยหนึ่ง จักขุประสาทเป็นต้นมีชื่อพิเศษว่า
ธรรมภายใน เพราะมีอุปการะแก่ร่างกายมากเหมือนกับพูดว่า ‘ถ้าพวกเราไม่มี ท่านก็จัก
เป็นดั่งท่อนไม้’” ข้อความนั้นย่อมสมควร เพราะเหล่าสัตว์ยึดมั่นแน่นแฟ้นในธรรมเหล่านั้น
เนื่องภมีอุปการะมาก
๒๑. รูปทั้ง ๗ อย่าง ชื่อว่า ทวารรูป (รูปเป็นเหตุเกิดของวิถีจิตและกรรม) เพราะ
ทำให้เกิดวิถีจิตและกรรมมีปาณาติบาตเป็นต้นตามลำดับ
ปสาทรูป ๕ อย่าง ชื่อว่า อุปปัตติทวาร (เหตุเกิดวิถีจิต)
ส่วนวิญญัติรูป ๒ อย่าง ชื่อว่า กรรมทวาร (เหตุเกิดกรรม)
๒๒. [รูป ๑๒ อย่างคือ ปสาทรูป ๕ และวิสยรูป ๗] ชื่อว่า โอฬาริกรูป (รูป
หยาบ) เพราะมีสภาพหยาบโดยปกติ และหน้าที่ของตนคือการกระทบก็หยาบ
ชื่อว่า สันติเกรูป (รูปใกล้) เพราะใช้ปัญญารับรูปที่อยู่ไกลได้อย่างรวดเร็ว
ในคำว่า สปปฏิฆรูปญฺจ (รูปที่มีการกระทบระหว่างปสาทรูปกับจิต) นี้ คำว่า
ปฏฆะ คือ การกระทบ