Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

การกระทบมี ๒ อย่าง คือ การกระทบระหว่างอารมณ์กับนามธรรมที่รับอารมณ์
และการกระทบกันระหว่างมหาภูตรูป

การกระทบระหว่างอารมณ์กับนามธรรมที่รับอารมณ์ คือ การกระทบที่ทำให้เกิด
ความเปลี่ยนแปลงในทวารคือปสาทรูปและภวังคจิตนี้

การกระทบกันระหว่างมหาภูตรูป คือ การกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
กำเริบ กระเทือน บีบคั้น และพินาศไปเป็นต้นในรูปธรรมที่มีลักษณะแปรปรวน

สัปปฏิฆะ คือรูปที่มีการกระทบ

(๑๙๔) ในคัมภีร์วิภาวนีถือเอาการกระทบกันระหว่างอารมณ์กับนามธรรมที่รับ
อารมณ์ โดยเปรียบการกระทบกันระหว่างมหาภูตรูปว่า “การเผชิญหน้า คือการพบกัน
ของรูปธรรมที่สัมผัสปสาทรูปหรือไม่สัมผัสปสาทรูปโดยเนื่องกับที่ตั้ง ชื่อว่า ปฏิฆะ เพราะ
เป็นเหมือนปะทะกัน เหมือนดั่งเมื่อคนสองคนปะทะกัน คนอ่อนแอย่อมจะโยกไหว ฉันใด
เมื่อมีการเผชิญหน้ากันเช่นนี้ ภวังคจิตที่มีกำลังน้อยย่อมไหวเพราะมีสภาพเป็นนามธรรม
ฉันนั้น” ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะการกระทบของกระแสรูปภายในกับกระแสรูปภายนอก
ที่ประจักษ์ในโลกซึ่งทำให้เกิดการติด ผูก ค้ำจุน ทรงไว้ และเคลื่อนไหวเป็นต้น หรือทำให้
เกิดการเจริญ เสื่อม ตัด ผ่า ละลาย และกระจัดกระจายเป็นต้นในรูปธรรม ก็นับเข้าในที่นี้
ไม่ได้ ทั้งการกระทบดังกล่าวก็เป็นอย่างอื่นไม่ได้โดยไม่มีการกระทบคือการชุมนุม[ของ
รูป]ที่เกี่ยวกับการอุดหนุน[ทำให้เจริญ]หรือเบียดเบียน[ทำให้เสื่อม]

รูปอย่างอื่น คือรูป ๑๖ อย่าง ชื่อว่า สุขุมรูป (รูปละเอียด) ทูเรรูป (รูปไกล) หรือ
อัปปฏิฆรูป (รูปที่ไม่มีการกระทบระหว่างปสาทรูปกับจิต) โดยตรงกันข้ามกับข้อความที่
กล่าวไว้แล้ว

๒๔. รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง[ที่เกิดจากเหตุ ๔] ตั้งอยู่ในกาย ชื่อว่า อุปาทินนรูป บ้าง
รูปที่เกิดจากกรรมอย่างเดียว ชื่อว่า อุปาทินนรูป บ้าง รูปทั้งสองอย่างนั้นชื่อว่า อุปาทินนรูป
เพราะถูกตัณหาทิฏฐิยึดมั่น แต่รูปที่เกิดจากกรรมได้ชื่อว่า อุปาทินนรูป โดยตรง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka