ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
เสียงพึงเป็นอารมณ์ของจักขุประสาทกับโสตประสาททั้งสองในการอธิษฐาน[ของผู้ทรงทิพย-
จักษุและทิพยโสต]” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะไม่มีความสงสัยในการไปสู่สถานที่เกิดอารมณ์
ของจักขุประสาทเป็นต้นทั้งสองอย่าง
[บางคนดำริว่าจักขุประสาทกับโสตประสาทเคลื่อนไปสู่สถานที่เกิดอารมณ์ได้ กล่าวคือ
เมื่อใช้ไฟฉายส่องสิ่งของ ไฟจากไฟฉายจะเคลื่อนไปกระทบสิ่งของ จักขุประสาทกับโสตประสาทก็
เหมือนกัน ขณะที่เห็นหรือได้ยินก็แผ่สภาพเห็นหรือได้ยินไปรับรู้อารมณ์นั้นๆ แต่คัมภีร์วิภาวนีปฏิเสธว่า
หากเป็นตามนั้น ผู้ทรงทิพยจักขุหรือทิพยโสต แม้เพียงอธิษฐานก่อนจะเข้าอภิญญาว่า จงเห็นรูปนี้
หรือได้ยินเสียงนี้ ก็ควรจะรับรู้รูปหรือเสียงได้ในขณะนั้น การเจริญอภิญญาก็ไม่มีประโยชน์ แต่คัมภีร์
ปรมัตถทีปนีกล่าวว่าจักขุประสาทกับโสตประสาทมิได้เคลื่อนออกนอกร่างกาย ความเห็นดังกล่าวจึง
ไม่ชอบด้วยเหตุผล]
โคจรคาหิกรูป คือ รูปที่รับอารมณ์ หมายความว่า รับนิมิตอารมณ์ที่มาปรากฏ
เพราะเป็นรูปใสกระจ่าง
ส่วนในคัมภีร์วิภาวนีกล่าวว่า “[ชื่อว่าโคจรคาหิกรูป] เพราะเป็นที่ตั้งของจิตแล้ว
มีสภาพรับอารมณ์นั้นๆ”
๒๗. คำว่า วณฺโณ (สี) เป็นชื่อของรูปารมณ์
พระอนุรุทธอาจารย์เรียกอาหารรูปว่า โอชา (สารอาหาร)
คำว่า วินิพโภคะ คือ รูปที่แยกจากกันได้ หมายความว่า ถูกแยกไว้เป็นต่างๆ
โดยฐานะ สถานที่ และเหตุเกิด
คำว่า อวินิพโภคะ คือ รูปที่แยกจากกันไม่ได้
อวินิพโภครูป คือ รูปที่แยกจากกันไม่ได้นั้นนั่นเอง
ในอวินิพโภครูปนี้ อาจารย์อานันทเถระกล่าวว่า กลิ่น รส และโอชาแยกกันได้
ในบางที จึงประสงค์อวินิพโภครูป ๕ อย่างเท่านั้น ข้อความนี้จักปรากฏต่อไป