Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

อธิบายนัยแห่งสมุฏฐานของรูป

๒๙. คำว่า กมุวํ (กรรม) คือเจตนาดวงหนึ่ง มีตรัสไว้โดยความเป็นกรรมปัจจัยที่มีขณะต่างกันในคัมภีร์ปัฏฐาน ดังพระพุทธวจนะว่า

นานากฺขณิกา กุสลากุสลา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กุฏฺตา จ รูปานํ กมฺม-ปจฺจเยน ปจฺจโย.๓๒

“เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลมีขณะต่างกัน เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกุฏตา
รูปโดยความเป็นกรรมปัจจัย”

ส่วนคำว่า จิตฺตํ (จิต) หมายเอาจิตพร้อมทั้งเจตสิกที่เกิดร่วมกัน ดังในคัมภีร์
ปัฏฐานตรัสเจตสิกไว้โดยความเป็นเหตุเกิดของรูป ดังพระพุทธวจนะว่า

เหตุ เหตุสมปยุตฺตานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย.๓๓

“เหตุทั้งหลาย [โลภเหตุ โทสเหตุ โมหเหตุ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ]
เป็นปัจจัยแก่[นาม]ธรรมที่ประกอบกับเหตุและแก่รูปที่เกิดจากเหตุและธรรมที่ประกอบกับเหตุ
โดยความเป็นเหตุปัจจัย”

คำว่า อุตุ (อุณหภูมิ) คือเตโชธาตุ เตโชธาตุได้ชื่อว่า อุตุ เพราะทำให้โอกาสโลก
ทั้งหมดอุบัติเกิดและเจริญขึ้นโดยเป็นเหตุก่อให้เกิดโลก ทำให้สัตว์โลกคือร่างกายที่มีสัณฐาน
ทั้งหมดอุบัติเกิดและเจริญขึ้นโดยก่อให้เกิดสรีระต่างๆ และทำให้สังขารโลกทั้งหมดอุบัติเกิด
และเจริญขึ้นโดยก่อให้เกิดพืชพันธุ์มีต้นไม้ต้นหญ้าต่างๆ และก้อนเมฆ ฝน น้ำ ไฟ และ
ลมเป็นต้น

อาจารย์ทั้งหลายกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า “อุตุ คือ อุณหภูมิที่เป็นไป[ตามความเหมาะสม]”

[คำว่า อุตุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ

  • สภาพทำให้โลกสามเป็นไป = อุทยติ ปสวตีติ อุตุ (อุท ธาตุ + ตุ ปัจจัย)
  • อุณหภูมิที่เป็นไปตามความเหมาะสม = อรติ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ อุตุ (อร ธาตุ + ตุ
    ปัจจัย]
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka