Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

จุติจิตของพระขีณาสพสงบยิ่งเพราะดำเนินไปในกระแสจิตที่ระงับมูลเหตุของ
วัฏฏะได้เป็นปกติ และอ่อนกำลังมากเนื่องจากอาศัยหทัยวัตถุที่มีกำลังน้อยและถึงที่สุดด้วย
การหมดสิ้นไปแห่งอายุสังขาร ดังนั้น จุติจิตของพระขีณาสพจึงก่อให้เกิดรูปไม่ได้

ส่วนอาจารย์อานันทเถระประสงค์ว่าจุติจิตของสรรพสัตว์ก่อให้เกิดรูปไม่ได้เช่นกัน
ดังสาธก[ในคัมภีร์อรรถกถา]ว่า

ขีณาสวานุ จุติจิตฺตํ.๓๗

“จุติจิตของพระอรหันต์[ย่อมไม่ก่อให้เกิดรูป]”

แต่อณุมานรู้ได้ว่าจุติจิตของบุคคลอื่นก็ไม่ก่อให้เกิดรูปเหมือนกัน ดังพระพุทธ-
วจนะว่า

กมาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนุนตรา กมาวจรานํ
ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปปปชฺชิสฺสติ. รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ
อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ, เตสํ, จวนตาน์ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชุฒิสฺสติ, โน จ เตสํ
กายสงฺขาโร นิรุชุฒติ.๓๙

“วจีสังขาร[วิตกวิจาร]ของผู้จุติอยู่นั้นจักดับไป กายสังขาร[ลมหายใจเข้าออก]ของผู้จุติอยู่นั้นจักไม่ดับไป คือในขณะเกิดจุติจิตของกมาวจรบุคคล ขณะเกิดจิตดวงก่อนจุติจิตที่จักเกิดขึ้นของกมาวจรบุคคล ปัจฉิมภวิกบุคคล (บุคคลผู้เกิดเป็นชาติสุดท้าย) ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ในรูปาวจรภูมิและในอรูปาวจรภูมิ”

[ข้อความว่ากายสังขารคือลมหายใจเข้าออกไม่ดับอยู่ในขณะเกิดจุติจิตของกมาวจรบุคคล
ทั้งหมด และในขณะเกิดจิตดวงก่อนจุติจิต แสดงว่าลมหายใจเข้าออกไม่มีอยู่ก่อนจะเกิดจุติจิต]

ความจริงจิตที่ก่อให้เกิดรูปย่อมทำให้เกิดลมหายใจเข้าออกได้ในเมื่อไม่มีเหตุ
ขัดขวางเช่นการอยู่ในครรภ์มารดา และผู้ที่จุติแล้วก็ไม่ควรมีรูปที่เกิดจากจิต นอกจากนี้
ยังไม่มีพระบาลีที่ตรัสว่า จุติจิตฺตํ รูป สมุฏฺฐาเปติ๔๐ (จุติจิตก่อให้เกิดรูปได้)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka