Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ปราศจากวิญญัติ และอัปปนาชวนะดังกล่าวก็ก่อให้เกิดวิญญัติไม่ได้

ปิ ศัพท์แสดงว่าอัปปนาชวนจิตมิได้ก่อให้เกิดรูปอย่างเดียว [แต่ยังทำอิริยาบถ
ของร่างกายให้ดำเนินไปได้อีกด้วย]

คำว่า สนุนาเมติ แปลว่า ย่อมทรงไว้ อีกนัยหนึ่ง ควรมีรูปว่า สนุธาเรติ หมาย
ความว่า ทรงไว้ คืออุปถัมภ์อิริยาบถตามที่เป็นไปซึ่งถูกจิตที่จักกล่าวถัดไปปรุงแต่งไม่ให้ล้ม
ลงหรือเคลื่อนไหวได้ การอุปถัมภ์ในที่นี้ คือการรักษาอิริยาบถตามที่เป็นไปอยู่ ไม่ใช่ เหมือน
การพยุงขึ้นแล้วเคลื่อนไหว มิฉะนั้นแล้วความสงสัยในวิญญัติรูปที่ค้ำจุนก็ควรมีได้

เมื่อจิตที่ทำให้ตื่น ๒๖ ดวงนี้กับจิต ๓๒ ดวงที่จักกล่าวต่อไป [โวฏฐัพพนจิต
กามาวจรชวนจิต และอภิญญาจิต] เกิดขึ้นอยู่ อวัยวะน้อยใหญ่ย่อมไม่ล้มลงเหมือนขณะ
เกิดภวังคจิตละกัน[กับวิถีจิต]แก่ผู้ที่นั่งหรือยืนอยู่ แต่เมื่อจิตดังกล่าวเป็นไปอยู่ อวัยวะ
ใหญ่วย่อมถูกทรงไว้ไม่ให้ล้มลง คือดำเนินไปตามที่ตั้งอยู่เหมือนก่อน

(๒๐๐) ในคัมภีร์วิภาวินีมีข้อความว่า “เมื่อจิต ๓๒ ดวงนี้กับจิตที่ทำให้ตื่น ๒๖
ดวงที่จักกล่าวต่อไปเกิดขึ้นอยู่ อวัยวะน้อยใหญ่ย่อมไม่ล้มลง” แต่ควรมีข้อความว่า “เมื่อ
จิต ๒๖ ดวงนี้กับจิตที่ทำให้ตื่น ๓๒ ดวงที่จักกล่าวต่อไปเกิดขึ้นอยู่ อวัยวะน้อยใหญ่ย่อม
ไม่ล้มลง”

๓๓. คำว่า โวฏฐัพพน (โวฏฐัพพนจิต) คืออาวัชชนจิตในมโนทวาร เพราะชวนจิต
ในปัญจทวารไม่ก่อให้เกิดวิญญัติใหรืออุปถัมภ์อิริยาบถได้

โวฏฐัพพนจิตเป็นต้นหมายเอาจิตที่เกิดในปัญจทวารได้บ้าง เพราะ ปิ ศัพท์
ทำหน้าที่รวบรวมไว้

อิริยาบถ คือรูปธรรมที่ดำเนินไปโดยระยะกาลนั้นๆ มีการเดินเป็นต้น จิตบางดวง
ย่อมก่อให้เกิดรูปตามปกติ ไม่มีหน้าที่มากกว่านี้ บางดวงรักษาอิริยาบถดังที่เป็นไปตาม
อำนาจของจิตดวงอื่นได้ แต่ก่อให้เกิดอิริยาบถใหม่ไม่ได้ บางดวงก่อให้เกิดวิญญัติและ
อิริยาบถใหม่ได้ ทั้งทำให้เกิดอาการทางกายกับวาจาอื่นได้อีก และจิตที่ก่อให้เกิดหน้าที่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka