Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

ทั้งยังเป็นองค์ประกอบภายในอันใหญ่หลวงของสัตว์โลก ส่วนสมุฏฐาน ๓ อื่นเป็นเพียงเครื่องอุปถัมภ์อุตุเท่านั้น

๓๗. หทัยรูปและอินทรียรูป เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเท่านั้น มิใช่รูปที่เกิดจากจิต เป็นต้น

ถามว่า : หากเป็นตามนี้ เหตุใดจึงมีข้อความว่า วิปปสนฺนานิ โข อาวุโส สาริปุตฺต อินทริยานิ. กตเรน ตฺวํ เอตรหิ วิหาเรน วิหรสิ๕๔ (ผู้มีอายุสาริบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใส ท่านเจริญสมาบัติใดอยู่หรือ)

ตอบว่า : ข้อความนั้นเป็นสำนวนกล่าวโดยระบุถึงความผ่องใสของผิวพรรณ อันเป็นที่ตั้งของอินทรีย์อันเกิดจากจิตในสมาบัติ อธิบายว่า รูปที่เกิดจากสมุฏฐาน ๔ เป็นไปเกี่ยวเนื่องกัน เมื่อรูปหนึ่งผ่องใส รูปทั้งหมดย่อมผ่องใส เมื่อรูปหนึ่งเหี่ยวแห้ง รูปทั้งหมดก็เหี่ยวแห้ง ส่วนอุตตุ จิต และอาหารเป็นปัจจัยอุปถัมภ์อินทรียรูป ๙ ดังกล่าว

รูปที่เกิดจากกรรมเหมือนดอกอุบลและดอกปทุม กรรมเหมือนเมล็ดของดอกบัว ส่วนอุตตุและอาหารเป็นต้นเหมือนโคลนและน้ำ[ที่อุปถัมภ์ดอกบัวและดอกปทุม]

๓๘. วิญญัตติรูปทั้งสอง [คือกายวิญญัติและวจีวิญญัติ] เป็นรูปที่เกิดจากจิตเท่านั้น ดังพระผู้มีภาคได้แสดงรูปเหล่านั้นในธรรมที่เกิดร่วมกับจิตและธรรมที่คล้อยตามจิต (จิตตสทฺภู จิตฺตานุปริวัตฺติ)๕๔

๓๙. ถามว่า : เหตุใดพระอนุรุทธอาจารย์จึงกล่าวว่า สทฺโท จิตฺโตตฺโช (เสียงเป็นรูปที่เกิดจากจิตและอุตตุ) ความเพียบพร้อมด้วยเสียงเพราะ[กุศล]กรรมพิเศษมีตรัสไว้ในนิธิกัณฑสูตรด้วยพระดำรัสเป็นต้นว่า สุวณฺณาตา สุสฺสตา สุสณฺฐาน์ สรูปตา๕ (ความมีผิวงาม มีเสียงไพเราะ มีรูปร่างดี มีผิวพรรณ งาม มีความเป็นใหญ่และบริวาร ทั้งหมดนั้นได้รับด้วยกุศลนี้) มิใช่หรือ

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่กรรมดีย่อมก่อให้เกิดสรีระที่มีใจครองอันถึงพร้อมด้วยฐาน (ที่เกิดเสียง เช่น คอ) และกรณ์ (เครื่องทำเสียง เช่น เพดาน) ที่ดำรงอยู่ดีและไม่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka