ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
โรคหายไป พึงมีได้หรือ
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น อุปปีฬกกรรมและอุปฆาตกรรมทำให้เกิดโรคที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานในสรีระนี้ ได้รับวิบัติโดยภูมิ กาลเวลา และความเพียร ย่อมทำให้ธาตุที่เกิดจากอุตุมีปฐวีธาตุเป็นต้นกับทั้งลมและน้ำดีเป็นต้นภายในร่างกายแปรปรวน จึงก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เมื่อรูปที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานแปรปรวน รูปอื่นก็คล้อยตามรูปดังกล่าว [คือรูปที่เกิดจากกรรม จิต และอาหารก็แปรปรวนเช่นกัน] ดังพระผู้มีพระภาคตรัสเหตุที่รูปธรรมแปรปรวนมีอุตุเป็นเหตุหลักด้วยพระดำรัสเป็นต้นว่า
สีเตนปิ รุปปติ, อุเณหนปิ รุปปติ, ชิคฉาโดยปิ รุปปติ, วิปาสายปิ รุปปติ.๕๓
“ย่อมแปรปรวนเพราะเย็นบ้าง ร้อนบ้าง หิวบ้าง กระหายบ้าง”
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีโรคที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานอย่างเดียวที่ทำให้เกิดความเบาเป็นต้นได้
ผู้เกิดจากกรรมที่ไม่เบียดเบียน [เมตตาและกรุณา] เป็นผู้มีสุขภาพดีในภพที่เกิดขึ้น เพราะอุปปีฬกกรรมเป็นต้นห่างไกลยิ่งจากเขา และอวัยวะทางสรีระก็ถูกทำให้แปรปรวนได้ยากเนื่องจากการำรงมั่นคงดี ดังพระผู้มีพระภาคได้ทรงหมายเอาข้อความนี้แล้วตรัสว่า
อุปปาพาธสํตตนิกา เอสา มาณว ปฏิปทา. ยทิทํ อวิหึสา.๕๔
“ดูกรมาณพ ความไม่เบียดเบียนนี้เป็นปฏิปทาเพื่อความมีสุขภาพดี”
พระดำรัสนี้มิได้ตรัสไว้เนื่องจากความเบาเป็นต้น ๓ อย่างทำให้สุขภาพดีเป็นรูปเกิดจากกรรม รูปเหล่านี้จึงแสดงไว้ในรูปที่ไม่เกิดจากกรรมในรูปกัณฑ์[แห่งคัมภีร์ธรรม-สังคณี]๕๕
๔๑. รูปกลาปมีอยู่มากมายแม้ในปรมาณูหนึ่ง เมื่อรูปกลาปที่เกิดจากเหตุ ๔ เป็นไปโดยความเป็นกลุ่ม อากาศธาตุที่เป็นช่องว่างของรูปกลาปย่อมปรากฏ ดังนั้นพระอนุรุทธอาจารย์จึงรวมอากาศธาตุไว้ในรูปที่เกิดจากเหตุ ๔
๔๒. แม้นิพผันรูปทั้งหมดไม่เกิดจากเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ลักขณรูป