ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
แม้คำอื่นก็มีนัยเดียวกัน
๔๗. ท่านกล่าวว่า วจีวิญญตติสหเทหิ สห วจีวิญญตติทสกํ [อวินิพโภครูป]กับวจีวิญญัติและสัททรูป เรียกว่า วจีวิญญตติทสกลาป) โดยมุ่งหมายว่า เสียงที่เกิดจากจิตย่อมไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากวิญญัติรูป และวิญญัติรูปย่อมไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากเสียงเช่นกัน จึงไม่มีจิตตชรูปที่เป็นสัททนวกะ (กลุ่มรูป ๙ อย่างที่มีเสียงเป็นประธาน) หรือที่เป็นวิญญัตตินวกะ (กลุ่มรูป ๙ อย่างที่มีวิญญัติเป็นประธาน)
ในเรื่องนี้ วจีวิญญัติย่อมไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากเสียง ข้อความนี้สอดคล้องกับพระพุทธวจนะว่า
ยา ตาย วาจาย วิญญตติ วิญญาปนา วิญญาปิตตฺตํ. อิทํ ตํ รูปํ วจีวิญญตติ.๖๒
“การให้รู้ การให้เข้าใจ ภาวะที่ให้รู้ด้วยเสียงซึ่งสำเร็จจากถ้อยคำนั้น รูปดังกล่าวชื่อว่า วจีวิญญัติ”
ส่วนจิตตชรูปที่ปราศจากวจีวิญัติ เป็นสัททนวกะ (กลุ่มรูป ๙ อย่างมีเสียงเป็นประธาน) พบในคัมภีร์อรรถกถา ดังสารกในปฏิจจसमुปบาทนิทเทศว่า
ปฏิสนฺธิกขณโต อุทุกิ ปวตฺตตุตฺโต เจว จิตฺตโต จ สทฺทนวกํ.๖๓
“รูปกลาปสัททนวกะย่อมปรากฏเพราะอุตุและจิตที่เกิดขึ้นถัดจากขณะปฏิสนธิ”
ส่วนตามนัยจากคัมภีร์มหาอรรถกถาว่า
“เสียงที่เกิดจากจิตซึ่งปราศจากวจีวิญัติ อันเกิดจากความคิดนึก ไม่มีใครรับรู้ได้ด้วยโสตประสาท มีอยู่ได้โดยแท้”
ท่านผู้ประพันธ์อรรถกถาประมวลได้ปฏิเสธข้อความนั้นไว้ สมจริงดังสารกว่า
ปฏิจฺจเนเปิ จิตฺตสมฺภูตานํ สทฺทายตนํ โสตวิญญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโยติ๖๔ อาคตํ. ตสฺมา วินา วิญญตติมฺพูลฺนาย อุปปชฺชมาโน อโสตวิญฺเญยฺโย วิตกุก-