Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

วิปผารสทฺโทนาม นตฺถิ.๖๕

            “ในคัมภีร์ปัฏฐานมีพระพุทธวจนะว่า ‘อายตนะคือเสียงที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็น
ปัจจัยแก่โสตวิญญาณโดยความเป็นอารัมมณปัจจัย’ จึงไม่มีเสียงที่เกิดจากความคิดนึกซึ่ง
โสตประสาทไม่ได้ยิน อันเกิดขึ้นโดยปราศจากการกระทบของวจีวิญัติ”

            สัททนวกะ (กลุ่มรูป ๙ อย่างมีเสียงเป็นประธาน) ที่เกิดจากจิต กล่าวไว้เกี่ยวกับ
เรื่องลมหายใจเข้าออกในคัมภีร์วิสุทธิมรรค สมจริงดังสารกวา่

            จิตฺตเซ อสฺสาสปสฺสาสโกฏฺฐาเสปิ โอชฏฺฐมกฺณเจว สทฺโท จาติ นว.๖๖

            “รูป ๙ อย่างคือกลุ่มรูปมีโอชาเป็นรูปที่ ๘ และเสียง มีอยู่ในลมหายใจเข้าออก
ที่เกิดจากจิต”

            เมื่อท่านกล่าวถึงสัททนวกะ ก็เป็นอันกล่าวถึงสัททลหุตาทิทวทสกะด้วยเช่นกัน
ดังนั้น รูปกลาปที่เกิดจากจิตจึงมี ๘ กลุ่ม คือ สุททัฏฐกกลาป (กลุ่มรูป ๘ อย่าง) สัททนวก-
กลาป (กลุ่มรูป ๙ อย่างที่มีเสียงเป็นประธาน) กายวิญัติตินวกกลาป (กลุ่มรูป ๙ อย่าง
ที่มีกายวิญัติเป็นประธาน) วจีวิญัติทิทสกลาป (กลุ่มรูป ๑๐ อย่างที่มีวจีวิญัติเป็น
ประธาน) ลหุตาเททาททสกกลาป (กลุ่มรูป ๑๑ อย่างที่มีลหุตาทุรูปเป็นต้นเป็นประธาน)
สัททลหุตาทิฑทวทสกกลาป (กลุ่มรูป ๑๒ อย่างที่มีเสียงและลหุตาทุรูปเป็นต้นเป็นประธาน)
กายวิญัติติลหุตาทิฑทวทสกลาป (กลุ่มรูป ๑๒ อย่างที่มีกายวิญัติและลหุตาทุรูปเป็นต้น
เป็นประธาน) และวจีวิญัติติสัททลหุตาทิเทรสกลาป (กลุ่มรูป ๑๓ อย่างที่มีวจีวิญัติ
เสียง และลหุตาทุรูปเป็นต้นเป็นประธาน)

            ส่วนในคัมภีร์สัจจสังเขป๖๗ กล่าวว่า จิตตชกลาปมี ๗ กลุ่ม โดยไม่รวมเอาสัทท-
ลหุตาทิฑทวทสกลาปไว้โดยเฉพาะ

            ในฎีกาทั้งสองฉบับของคัมภีร์นั้น ฎีกาเก่าแสดงสัททนวกะในเสียงที่เกิดจากความ
นึกคิด ไม่มีใครรับรู้ได้ด้วยโสตประสาท และปราศจากวิญัติ โดยคล้อยตามนัยจากคัมภีร์
มหาอรรถกถา ต่อมาเมื่อจะแสดงมติอื่นอีก จึงกล่าวว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka