Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า เสียงพูดที่เกิดจากจิต แต่มีพยางค์ บท พยัญชนะ และ
ความหมายไม่ประจักษ์ชัดจากที่ไกลของหมู่ชน ก็เป็นเสียงที่ปราศจากวิญญัติ เช่นเดียวกันนี้
เสียงที่เกิดจากจิตที่ไม่มีวี่วิญญัติ มีอยู่แก่เนื้อและนกทั้งหลายกับชาวเตลคูและชาวทมิฬ
เป็นต้น ผู้ไม่เข้าใจภาษาของกันและกัน”

ในพากย์นั้น เสียงที่เกิดจากความนึกคิด ปราศจากวิญญัติ ไม่มีใครรับรู้ได้ด้วย
โสตประสาท มีปฏิเสธไว้ในคัมภีร์อัฏฐสาลินี แม้เสียงพูดที่มีจิตเป็นสมุฏฐานของหมู่ชน
เมื่อมีพยางค์ บท พยัญชนะ และความหมายประจักษ์ชัดแก่ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ ก็ประกอบด้วย
วี่วิญญัติได้ มิฉะนั้นแล้วเสียงที่เกิดจากจิตทั้งหมดอาจมีบทพยัญชนะไม่ประจักษ์ชัดแก่
ผู้ที่ยืนอยู่ไกล เสียงทุกอย่างก็ควรจะปราศจากวิญญัติได้ ทั้งเสียงที่เกิดจากจิตของเนื้อและ
นกเป็นต้นก็มิได้ปราศจากวิญญัติ เพราะแสดงความหมายที่ตนประสงค์แก่สัตว์ประเภท
เดียวกันได้

ส่วนในฎีกาใหม่ของคัมภีร์สัจจสังเขปกล่าวว่า

สทฺทนวกํ ปเนตฺถ อจฺฉราสงฺฆาตปาณิปปหาราทิสทฺทสหิตํ อฏฺฐกเม่ว.๒๙

“สัททนวกกลาปในที่นี้ คืออัฏฐกกลาปที่ประกอบด้วยเสียงดีดนิ้ว และปรบมือ
เป็นต้น”

ข้อความนั้นไม่สมควร เพราะเสียงดังกล่าวมีอุตุเป็นสมุฏฐาน มีจิตเป็นเหตุ
สัททนวกกลาปจึงปรากฏในลมหายใจเข้าออก หรือเสียงกระแอม ไอ เรอ และถ่มน้ำลาย
เป็นต้น ที่ไม่มีเสียงพูดและปราศจากความตั้งใจในบางคราว ตามนัยที่กล่าวไว้ในคัมภีร์
วิสุทธิมรรค

๕๐. ถามว่า : เหตุใดรูปกลาป ๒ อย่างหลังในอุตุชกลาปจึงไม่เกิดขึ้นภายนอก
สรีระ รูปภายนอกก็มีความเบา หนัก อ่อน แข็ง หรือเหมาะสมแก่กิริยาได้มิใช่หรือ

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่รูปเหล่านั้นมีอยู่ด้วยความมากหรือน้อยของมหาภูตรูป
ไม่ใช่มีอยู่ด้วยความเป็นลหุตารูป ๓ อย่าง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka