ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
จตุสฺโส โข อิมิสา สาริปุตฺต โยนิโย. กตมา จตุสฺโส, อณฺฑชา โยนิ ชลาพุชา
โยนิ สํเสทชา โยนิ โอปปาติกา โยนี้ติ. เย โข เต สาริปุตฺต สตฺตา อณฺฑโกสํ อภินิพฺพิชฺช
อภินิพฺพิชฺช ชายเนฺต, อยํ วุจฺจติ สาริปุตฺต อณฺฑชา โยนิ. เย โข เต สาริปุตฺต สตฺตา วฏฺติโกสํ
อภินิพฺพิชฺช อภินิพฺพิชฺช ชายเนฺต, อยํ วุจฺจติ สาริปุตฺต ชลาพุชา โยนิ. เย โข เต สาริปุตฺต
สตฺตา ปูติมจฺเฉ วา ชายเนฺต, ปูติคุณเป วา ปูติกลุ่มมาเส วา จนุทนิกาเย วา โอพิคคุเล วา
ชายเนฺต, อยํ วุจฺจติ สาริปุตฺต สํเสทชา โยนิ. เทเจ จ มนุสฺสา เอกเจจ จ วินิปาติกา อยํ
วุจฺจติ สาริปุตฺต โอปปาติกา โยนิ.”๖๙
“ดูกรสารีบุตร กำเนิดมี ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือกำเนิดที่มีในฟองไข่ กำเนิด
ที่มีในครรภ์ กำเนิดที่มีในที่ชื้นแฉะ และกำเนิดที่ผุดเกิดทันที ดูกรสารีบุตร เหล่าสัตว์ใด
เกิดออกจากฟองไข่ นี้ือกำเนิด ที่มีในฟองไข่ เหล่าสัตว์ใดเกิดออกจากมดลูก นี้คือ
กำเนิดที่มีในมดลูก เหล่าสัตว์ใดเกิดในปลาเน่าบ้าง ศพเน่าบ้าง ขนมเน่าบ้าง โคลนบ้าง บ่อน้ำ
ครำบ้าง นี้ือกำเนิดที่มีในที่ชื้นแฉะ เทวดา สัตว์นรก มนุษย์บางคน และวินิปาติกาสูรนี้
ือกำเนิดโอปปาติกะ”
ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
อณฺเฐท ชาตา อณฺฑชา. ชลาพุมฺหิ ชาตา ชลาพุชา. สํเสท ชาตา สํ วินา เอยเตหิ
การเณหิ อุุปปตฺตวา วิย นิพฺพตฺตา อภินิพฺพตฺตติ โอปปาติกา. อภินิพฺพิชฺช ชายเนฺตตี
ภินฺทิตฺวา นิภุขมนุวเสน ชายเนฺต. ปูติ กุุณเปติอาทีหิ อณิฏฐภุฐานาเนว ทสฺสิตานิ. อิฏเฐสุ
สปฺปิเตลมธุผาณิตาทีสุ สตฺตา ชายเนฺต เอว.๗๐
“อณฺฑชะ คือ เหล่าสัตว์ผู้เกิดในฟองไข่
ชลาพุชะ คือ เหล่าสัตว์ผู้เกิดในมดลูก
สํเสทชะ คือ เหล่าสัตว์ผู้เกิดในที่ชื้นแฉะ
โอปปาติกะ คือ เหล่าสัตว์ผู้เกิดเหมือนผุดขึ้นมาโดยปราศจากเหตุเหล่านั้น
พระดำรัสว่า “เกิดออกมา” คือเกิดขึ้นโดยออกมาก