ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“ถามว่า : ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น
หรือ ตอบว่า : ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นผู้เป็นสตรีไม่มีฆานประสาทอุบัติเกิดอยู่
แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สตรีเหล่านั้น
ถามว่า : ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ฆานินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น
หรือ ตอบว่า : ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นผู้เป็นบุรุษไม่มีฆานประสาท อุบัติเกิด
อยู่ แต่ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุรุษเหล่านั้น”
ความบกพร่องของฆานประสาทจึงมิได้ตามนัยที่กล่าวไว้ในคัมภีร์อรรถกถา
ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “อาจารย์ท่านอื่นกล่าวว่า ในคัมภีร์ยมกตรัสการเกิด
ร่วมกันของฆานประสาทและชิวหาประสาท แล้วแสดงความไม่มีผู้ที่ปราศจากฆานประสาท
เพราะไม่มีผู้ที่ปราศจากชิวหาประสาท แต่อาจกล่าวได้ว่าในคัมภีร์ยมกได้ตรัสการเกิดร่วมกัน
ของฆานประสาทและชิวหาประสาทด้วยการไม่เกิดขึ้นแยกกันในกามภูมิ เพราะปสาทรูป
เหล่านั้นไม่เกิดแยกกัน เนื่องจากทั้งสองอย่างไม่เกิดในรูปภูมิเหมือนจักขุประสาทและ
โสตประสาทที่เกิดในรูปภูมิได้โดยปราศจากฆานประสาทและชิวหาประสาท” ข้อความนั้น
ย่อมสมควร เพราะการเกิดร่วมกันแน่นอนในบุคคลไม่อาจกล่าวได้โดยอ้างพระดำรัสที่ตรัส
การเกิดร่วมกันแน่นอนในวาระแสดงสถานที่ (โอกาสวาระ)
คำว่า คัพภเสยยกะ คือ เหล่าสัตว์ผู้ถือกำเนิดในครรภ์คือท้องของมารดา
คำว่า สัตว์ คือ ผู้ผูกพันในขันธ์มีรูปเป็นต้น ดังพระพุทธวจนะเป็นต้นว่า
รูป โบ ราธ โย ฉนฺโท, โย ราโค, ยา นนฺทิ, ยา ตณฺหา, ตตร สตฺโต, ตตร
วิสตฺโต, เตน สตฺโตติ วุจฺจติ.๗๗
“ดูกรระธะ ผู้ผูกพันยึดมั่นในความปรารถนา ความกำหนัด ความเพลิดเพลินยินดี
เรียกว่า สัตว์ (ผู้ผูกพัน) ด้วยเหตุนั้น”
พึงกระทำสมาสว่า คำว่า คัพภเสยยกะ คือ เหล่าสัตว์ผู้ถือกำเนิดในครรภ์
หมายถึง เหล่าสัตว์ที่เกิดในฟองไข่และในมดลูก