ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๕๔. ทสกะทั้ง ๓ กลุ่มคือน้ำใสที่เกิดครั้งแรกในครรภ์ (น้ำกลละ) ย่อมปรากฏ
พึงทราบความหมายว่า บางครั้งภาวทสกะไม่ปรากฏแก่บัณเฑาะก์ ดังในธัมม-
หทยวิภังค์ตรัสว่า
คพฺภเสยยกานํ สตฺตานํ อเหตุทานํ นปุสกานํ อุปปตฺติกขเณ จตฺตารินฺทริยานิ
ปาตุกฺวนฺติ กายินฺทริยํ มนินฺทริยํ ชีวิตินฺทริยํ อุปเปกขินฺทริยํ.๗๘
“อินทรีย์ ๔ อย่าง คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ และ อุปเปกขินทรีย์ ย่อม
ปรากฏในขณะปฏิสนธิแก่เหล่าสัตว์ผู้ถือกำเนิดในครรภ์ เป็นบัณเฑาะก์ผู้ไม่มีเหตุ”
คำว่า ตโต ปร์ (ถัดจากนั้น) คือ ถัดจากขณะปฏิสนธิของเหล่าสัตว์ผู้ถือกำเนิด
ในครรภ์
คำว่า ปวตฺติกาล (ในปวัตติกาล) คือ ในสัปดาห์ที่ ๑๑ ดังสาธกในอรรถกถาของ
คัมภีร์กถาวัตถุว่า
เสสานิ จตฺตาริ สตฺตสตฺตติสตฺติมหิ ขาย นฺติ.๗๙
“อายตนะที่เหลือ ๔ อย่างย่อมเกิดในราตรีที่ ๗๗”
ในพากย์นั้น คำว่า “อายตนะที่เหลือ” คือ อายตนะ ๔ อย่างอันได้แก่จักขายตนะ
โสตายตนะ ฆานายตนะ และชิวหายตนะ ที่เหลือจากกายายตนะและมนายตนะ
คำว่า “ในราตรีที่ ๗๗” คือ ในวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ ๑๑
ข้อความนี้พึงแสดงด้วยคัมภีร์ฎีกาของยมก ดังสาธกในคัมภีร์นั้นว่า
คพฺภเสยยกสฺส ปจุฉิมภวิกสฺส อุปปปชชนตฺสส เอกาทสมสตฺตาหา โอโรโต จิตฺตสฺส
รูปายตน์ นุปปชชสิสตติ, โน จ จกขายตน์ นุปปชชสิสตฺตี. ยํ ปน “ยสฺส วา ปน ยตฺถ
รูปายตน์ อุปปชชิตฺถ, ตสฺส ตตฺถ ฆานายตน์ อุปปชชตีติ. กามาวจรา วจนฺตานํ อฆานกานํ
กามาวจรํ อุปปชชนตานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตน์ อุปปชชิตฺถ. โน จ เตสํ ตตฺถ
ฆานายตน์ อุปปชชตีติ เอตฺถ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปปชชนตานํ.๘๐