Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

พระดำรัสว่า ‘จากชิ้นเนื้อเป็นก้อนเนื้อ’ มีความหมายว่า เมื่อชิ้นเนื้อล่วงไป ๗
วัน ก็เกิดก้อนเนื้อที่ชื่อว่า ฆนะมีขนาดเท่าไข่ไก่ ชื่อว่าชิ้นเนื้อก็หายไป สมจริงดังสารกว่า
‘ชิ้นเนื้อมีอยู่ ๗ วัน เมื่อเข้มข้นรวมตัวกันแล้ว ก็เปลี่ยนภาวะนั้นเกิดเป็นก้อนเนื้อ
(ฆนะ) ขนาดของก้อนเนื้อเท่าไข่ไก่กลมโดยรอบ เกิดขึ้นเพราะกรรม’

พระดำรัสว่า ‘จากก้อนเนื้อเป็นปุ่มใหญ่ ๕ ปุ่ม’ มีความหมายว่า ในสัปดาห์ที่ ๕
เกิดปุ่มใหญ่ขึ้น ๕ แห่งเพื่อเป็นมือและเท้าอย่างละ ๒ และศีรษะ ๑ ซึ่งพระผู้มีพระภาคได้
ตรัสถึงข้อนี้ว่า

‘ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุ่มใหญ่เกิดขึ้น ๕ แห่งในสัปดาห์ที่ ๕ ตามกรรม’
พระดำรัสว่า ‘ต่อจากนี้มีผม ขน และเล็บเกิดขึ้น’ มีความหมายว่า สิ่งเหล่านี้
เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ ๔๒

ในเรื่องนี้ สัปดาห์ ๖ ระยะมีสัปดาห์ที่ ๖ เป็นต้น เป็นเวลาเติบโตเต็มที่ตามลำดับ
ของอวัยวะน้อยใหญ่อันเป็นที่ตั้งของปสาทรูป ส่วนจักษุเป็นต้นย่อมเกิดขึ้นพร้อมกันในวัน
สุดท้ายของสัปดาห์ที่ ๑๑

สีและสัณฐานของน้ำใสที่กล่าวไว้ในเรื่องนี้ด้วยข้อความว่า “กลุ่มรูปที่มีสีคล้าย
หยาดน้ำมันงา” เป็นต้น หมายเอาน้ำใสที่เจริญแล้วเล็กน้อย มิใช่น้ำใสในขณะปฏิสนธิ เพราะ
ขณะนั้นน้ำใสนั้นไม่พึงปรากฏสีหรือสัณฐานเช่นนั้นที่เห็นได้ด้วยจักษุปกติ พึงทราบโดย
อนุมานอย่างนี้ว่า ส่วนที่ ๗ ของตัวเล็น ชื่อว่า ลิกขา (ผงเหล็กจาร = ผงที่เกิดจากการ
จารอักษรด้วยเหล็กจาร) ส่วนที่ ๓๖ ของลิกขา ชื่อว่า รถเรณู (ฝุ่นรถ, ฝุ่นที่ติดในรถ) ส่วน
ที่ ๓๖ ของรถเรณู ชื่อว่า ตัชชารี (ฝุ่นริมทาง, ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นในทางเท้าหรือทางเกวียนเป็นต้น)
ส่วนที่ ๓๖ ของตัชชารี ชื่อว่า อณุ (อณุ) ส่วนที่ ๓๖ ของอณุ ชื่อว่า ปรมาณู (ปรมาณู)
ปรมาณูนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอากาศ ไม่ปรากฏแก่ตาเนื้อ แต่ปรากฏแก่ทิพยจักษุเท่านั้น
ส่วนอณุที่มีขนาด ๓๖ ส่วนของปรมาณูกล่าวว่าปรากฏเป็นเกลียวๆ หมุนไปอยู่ในแสงอาทิตย์
ที่เข้ามาทางช่องผนังและช่องลูกดาล ส่วนน้ำใสทั้งหมดที่มีเพียงรูปลาปภ ๓ กลุ่มในขณะ
ปฏิสนธิ ควรเล็กกว่าปรมาณู ความจริงน้ำใสดังกล่าวเป็นกลุ่มรูปลาปที่เจริญทุกๆ ขณะ เพราะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka