Paramatthadipani

คัมภีร์ปรมัตถทีปนี

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

“พระดำรัสว่า ‘เด็กผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้นก็ยังอัตภาพให้เป็นไป ด้วยอาหาร
อย่างนั้นในครรภ์นั้น’ หมายความว่า สายสะดือเกิดจากสะดือของเด็กติดเป็นอันเดียวกับ
แผ่นท้องของมารดา มีรูเหมือนก้านบัว รสอาหารย่อมซึมซาบไปตามสายสะดือแล้วก่อให้
เกิดรูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน เด็กย่อมเป็นอยู่ ๑๐ เดือนด้วยประการฉะนี้

พระดำรัสว่า ‘เด็กผู้อยู่ในครรภ์มารดา’ มีความหมายว่า เด็กผู้อยู่ภายในครรภ์
ของมารดา คือเข้าถึงภายในครรภ์ของมารดา”

พระอรรถกถาจารย์หมายเอาเวลาเกิดสายสะดือ จึงกล่าวว่า “สายสะดือเกิดจาก
สะดือ” เพราะเด็กไม่มีสายสะดือเกิดในเวลาเป็นฟองน้ำใสเป็นต้น

[รูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน]เริ่มแต่การแผ่ซ่านไปของโอชาในเวลาที่สัตว์ผู้เกิด
ในที่ชิ้นแฉะและโอปปาติกะกลืนกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้รับหรือน้ำลายของตน ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า โอชาผรณมุปทาย อาหารสมุฏฐานา (รูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานเริ่มแต่
การแผ่ซ่านไปของโอชา)

๕๖. คำว่า จุติจิตฺโตปริ สตฺตรสมจิตฺตสฺส (จิตดวงที่ ๑๗ ก่อนจุติจิต) คือ ภวังคจิต
ดวงที่ ๑๗ ก่อนจุติจิต

คำว่า กมุมชรูปานิ น อุปปชฺชนฺติ (กรรมชรูปย่อมไม่เกิดขึ้น) มีความหมายว่า
จิตดวงที่ ๑๗ ถัดจากภวังคจิต ชื่อว่า จุติจิต เพราะกรรมชรูปไม่เกิดตั้งแตภวังคจิตดวงที่
๑๗ มิใช่เป็นไปโดยประการอื่น

คำว่า ปุเรตร์ (กรรมชรูปที่เกิดก่อนหน้านั้น) หมายเอาขณะเกิดขึ้นของจิตดวง
ที่ ๑๗

คำว่า ตโต ปร์ (ถัดจากนั้น) คือ ในเวลาที่มีจำนวนขณะจิต ๑๖ ขณะถัดจากจุติจิต

คำว่าที่ต้นتاวว่า จิตตชทาหรชรูปญจ (จิตตชรูปและอาหารชรูปจะดับตามไป) มี
ความหมายว่า กระแสรูปที่เกิดจากจิตและอาหารจะดับตามไป เพราะรูปดังกล่าวไม่เกิดขึ้น
ในสิ่งที่ไม่มีใจครอง

ข้อความที่พึงกล่าวในที่นี้ ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]กล่าวมาแล้วในสมุฏฐานของรูป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka