๑๒๗๙. โอภาโส ปีติ ปสฺสทฺธิ ญาณํ สทฺธา สตี สุขํ
อุเปกฺขา วีริยํ นิกนฺตีติ อุปเกฺลสา ทเสวิเม.
“อุปกิเลสดังกล่าว คือ แสงสว่าง ปีติปัสสัทธิ(ความสงบ) ญาณ ศรัทธา สติสุข อุเบกขา ความเพียร และนิกันติ (ความชอบใจ)”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่าศ รัทธา คือ ความผ่องใสยิ่งนักของจิตและเจตสิกโดยปราศจากกิเลสเครื่อง เศร้าหมอง โดยองค์ธรรมได้แก่ศรัทธาเจตสิกมิใช่หมายถึงความเชื่อในพระรัตนตรัย กรรม และผล-กรรม]
ผู้ไม่เกิดวิปัสสนูปกิเลส
๑๒๘๐. สมฺปตฺตปฏิเวธสฺส โสตาปนฺนาทิโนปิจ
ตถา วิปฺปฏิปนฺนสฺสอุปเกฺลสา น ชายเร.
“อุปกิเลสย่อมไม่เกิดแก่พระโสดาบันเป็นต้นผู้บรรลุปฏิเวธแล้ว ทั้งไม่เกิดแก่ผู้ ปฏิบัติผิด”
ผู้เกิดวิปัสสนูปกิเลส
๑๒๘๑. สมฺมาว ปฏิปนฺนสฺสยุตฺตโยคสฺส ภิกฺขุโน
สทา วิปสฺสกสฺเสว อุปฺปชฺชนฺติ กิรสฺสุ เต.
“อุปกิเลสดังกล่าวย่อมเกิดแก่ภิกษุผู้ปฏิบัติชอบเพียรเจริญวิปัสสนาอยู่เสมอเท่านั้น”
แสงสว่าง
๑๒๘๒. วิปสฺสนาย โอภาโส โอภาโสติ ปวุจฺจติ
ตสฺมึ ปน สมุปฺปนฺเน โยคาวจรภิกฺขุ โส.
๑๒๘๓. มคฺคปฺปตฺโต ผลปฺปตฺโต อหมสฺมีติ คณฺหติ
อมคฺคํเยว มคฺโคติ ตสฺเสวํ ปน คณฺหโต.
๑๒๘๔. เอวํ วิปสฺสนาวีถิ โอกฺกนฺตา นาม โหติ สา
โอภาสเมว โส ภิกฺขุ อสฺสาเทนฺโต นิสีทติ.