วงไฟ และมายา”
๑๒๗๖. เอวเมตฺตาวตา เตน อุทยพฺพยทสฺสนํ
ลกฺขณานิ จ ปญฺญาส ปฏิวิชฺฌ ฐิตํ ปน.
๑๒๗๗. ญาณํ อธิคตํ โหติ ตรุณํ ปฐมํ ปน
ยสฺส จาธิคมา โยคี โหตารทฺธวิปสฺสโก.
“โดยประการดังนี้ เธอชื่อว่าบรรลุญาณแรกที่หยั่งเห็นความเกิดดับโดยแทงตลอด ลักษณะ ๕๐ อย่าง ซึ่งยังไม่แก่กล้านักอันทำให้นักปฏิบัติผู้บรรลุได้ชื่อว่าผู้ปรารภวิปัสสนา”
[คำว่าผู้ปรารภวิปัสสนา (อารทฺธวิปสฺสก) คือผู้บรรลุวิปัสสนาญาณขั้นที่ ๔เ ป็นต้นไป แม้ โพชฌงค์ก็เริ่มเกิดตั้งแต่วิปัสสนาญาณขั้นนี้ และมีกำลังแก่กล้าตั้งแต่วิปัสสนาญาณที่ ๕เ ป็นต้นไปที่เป็น วิปัสสนาญาณระดับสูงดังสาธกในคัมภีร์อรรถกถาของทีฆนิกายและมัชฌิมนิกายว่า เอตฺถ หิ สมฺพุชฺฌติ อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโรติ สมฺโพธิ.๙๐
“พระโยคาวจรย่อมหยั่งรู้ตั้งแต่เริ่มปรารภวิปัสสนา จึงชื่อว่า สัมโพธิ” คัมภีร์ฎีกาของทีฆนิกายและมัชฌิมนิกายอธิบายข้อความข้างต้นว่า อุทยวยญาณุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย สมฺโพธิปฏิปทายํ ฐิโต นาม โหตีติอาห อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโรติสมฺโพธีติ.๙๑
“พระโยคาวจรชื่อว่าตั้งอยู่ในปฏิปทาหยั่งรู้ตั้งแต่การอุบัติแห่งปัญญาที่รู้เห็นความเกิดขึ้นและ ดับไป ฉะนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโรติสมฺโพธิ(พระโยคา-วจรย่อมหยั่งรู้ตั้งแต่เริ่มปรารภวิปัสสนา จึงชื่อว่า สัมโพธิ)”]
วิปัสสนูปกิเลส ๑๐
๑๒๗๘. วิปสฺสนาย เหตาย กรุณายาถ โยคิโน
วิปสฺสกสฺส ชายนฺเต อุปเกฺลสา ทเสวิเม.
“ลำดับนั้น อุปกิเลส ๑๐ อย่างเหล่านี้ย่อมเกิดแก่นักปฏิบัติผู้เจริญวิปัสสนาด้วย วิปัสสนาอย่างอ่อนนี้”