รูปารมณ์
สีหรือสิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นรูปธรรมที่จักขุวิญญาณเห็นได้เมื่อกระทบจักขุปสาท และมโนทวารสามารถรับรู้ซ้ำได้ภายหลัง
Classification by Objects
อารมณ์ คือสิ่งที่จิตรู้ จิตทุกดวงต้องมีอารมณ์และเกิดขึ้นโดยปราศจากอารมณ์ไม่ได้ อารัมมณสังคหะจำแนกอารมณ์เป็น 6 ประเภท ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ พร้อมแสดงว่าจิตประเภทใดรับอารมณ์ชนิดใด อารมณ์นั้นสัมพันธ์กับทวารใด และอยู่ในกาลใด
อารมณ์ 5 ประเภทแรกเป็นรูปธรรมที่รู้ผ่านปสาทรูปเฉพาะทาง ส่วนธัมมารมณ์เป็นอารมณ์ที่รู้เฉพาะทางใจและครอบคลุมทั้งปรมัตถธรรมกับบัญญัติ
สีหรือสิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นรูปธรรมที่จักขุวิญญาณเห็นได้เมื่อกระทบจักขุปสาท และมโนทวารสามารถรับรู้ซ้ำได้ภายหลัง
เสียงที่ปรากฏทางหู เกิดจากเหตุปัจจัยและดับไป โสตวิญญาณทำหน้าที่ได้ยินเสียง มิได้รู้ความหมายของถ้อยคำในขณะเดียวกัน
กลิ่นที่ปรากฏทางจมูก เมื่อกระทบฆานปสาทย่อมเป็นอารมณ์ของฆานวิญญาณ ก่อนจิตในลำดับต่อไปจะพิจารณาและจำหมาย
รสที่ปรากฏทางลิ้น เมื่อกระทบชิวหาปสาทย่อมเป็นอารมณ์ของชิวหาวิญญาณ ส่วนความชอบหรือไม่ชอบเกิดในชวนจิตภายหลัง
สิ่งที่กระทบกาย ได้แก่ความแข็ง–อ่อน ร้อน–เย็น และไหว–ตึง อาโปธาตุไม่เป็นโผฏฐัพพารมณ์เพราะสัมผัสโดยตรงไม่ได้
อารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ ครอบคลุมปสาทรูป สุขุมรูป จิต เจตสิก นิพพาน และบัญญัติ จึงกว้างกว่าวัตถุทางประสาทสัมผัส
ธัมมารมณ์มิได้หมายถึงความคิดเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมสภาวธรรมและสิ่งที่บัญญัติขึ้นซึ่งรู้ได้ทางมโนทวารทั้งหมด
จักขุปสาท โสตปสาท ฆานปสาท ชิวหาปสาท และกายปสาท เป็นรูปที่ทำหน้าที่รับอารมณ์เฉพาะทาง
รูปละเอียด 16 ประการที่ไม่เป็นอารมณ์ของปัญจวิญญาณ เช่น อาโปธาตุ ภาวรูป หทัยวัตถุ ชีวิตรูป และอาหารรูป
จิตทั้งหมดสามารถเป็นอารมณ์ให้จิตดวงอื่นรู้ได้ เมื่อนับโดยย่อมี 89 ดวง และเมื่อนับโดยพิสดารมี 121 ดวง
สภาพธรรมที่เกิดร่วมกับจิต เช่น เวทนา สัญญา เจตนา โลภะ สติ และปัญญา ล้วนเป็นธัมมารมณ์
อสังขตธรรมที่ไม่เกิดดับและพ้นจากกาล เป็นอารมณ์ของมรรคจิต ผลจิต และจิตที่พิจารณาพระนิพพาน
สิ่งที่รู้โดยชื่อ ความหมาย รูปร่าง เรื่องราว หรือแนวคิด ไม่มีจำนวนจำกัดและเป็นอารมณ์ทางมโนทวาร
มโนทวารรับรู้อารมณ์ได้กว้างกว่าปัญจทวาร ทั้งอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว กำลังปรากฏ ยังไม่เกิด และอารมณ์ที่พ้นจากกาล
อารมณ์ 5 ที่มากระทบปัญจทวารต้องเป็นปัจจุบัน ส่วนมโนทวารก็สามารถรู้อารมณ์ปัจจุบันได้
รูปนามที่ดับไปแล้วสามารถถูกระลึก จำ หรือพิจารณาทางมโนทวารได้ แต่ไม่ย้อนกลับมาเป็นสภาวะปัจจุบัน
สภาวะที่ยังไม่เกิดสามารถเป็นอารมณ์ของการคาดหมาย การพิจารณา หรือญาณบางประเภททางมโนทวาร
พระนิพพานและบัญญัติไม่จัดเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต เพราะไม่เกิดขึ้นแล้วดับไปเหมือนสังขตธรรม
จิตมิได้รับอารมณ์ทุกชนิดเท่ากัน หน้าที่ ภูมิ และกำลังของจิตเป็นตัวกำหนดขอบเขตอารมณ์ที่จิตนั้นรับได้
จักขุวิญญาณ 2 รู้เฉพาะรูป โสตวิญญาณ 2 รู้เฉพาะเสียง ฆานวิญญาณ 2 รู้เฉพาะกลิ่น ชิวหาวิญญาณ 2 รู้เฉพาะรส และกายวิญญาณ 2 รู้เฉพาะโผฏฐัพพะ
ปัญจทวาราวัชชนจิต 1 และสัมปฏิจฉนจิต 2 รับอารมณ์ 5 คือรูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ
สันตีรณจิต 3 มโนทวาราวัชชนจิต 1 กามชวนจิต 29 และมหาวิบากจิต 8 รับอารมณ์ได้ทั้ง 6 ตามหน้าที่และเหตุปัจจัย
รูปาวจรจิตและอรูปาวจรจิตรับอารมณ์กรรมฐานหรืออารมณ์เฉพาะของฌานนั้น อภิญญาจิตบางประเภทรับอารมณ์ได้กว้างเป็นพิเศษ
มรรคจิตและผลจิตทั้งหมดมีพระนิพพานเป็นอารมณ์เพียงอย่างเดียว ไม่รับอารมณ์สังขารหรือบัญญัติ
สิ่งที่จิตกำลังรู้ เช่น สี เสียง หรือความคิด เป็นฝ่ายถูกรู้ มิใช่ตัวจิตผู้รู้อารมณ์
ช่องทางที่วิถีจิตอาศัยรับอารมณ์ ได้แก่ปสาทรูป 5 และมโนทวารคือภวังคจิต
สภาพรู้แจ้งอารมณ์ จิตแต่ละดวงมีหน้าที่และขอบเขตอารมณ์ต่างกัน แต่ทุกดวงต้องรู้อารมณ์หนึ่งเสมอ