Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 504

เล่ม มมร. 20 หน้า 504 ข้อ 292
เพราะฉะนั้น มาคัณฑิยพราหมณ์สำคัญว่า พระสมณโคดมนั้นเป็นผู้ กำจัดความเจริญ เป็นผู้สร้างมารยาท จึงกล่าวว่า ภูนหโน เป็นผู้กำจัดความ เจริญ. บทว่า อริเย าเย ธมฺเม กุสเล คือในเหตุในธรรมบริสุทธิ์ไม่มีโทษ. ด้วยบทนี้ทรงแสดงไว้อย่างไร. อันผู้จะกล่าววาจาแก่ผู้มียศมีความสูงส่ง เป็นที่ รู้จักกันทั่วเห็นปานนี้ ควรพิจารณาไตร่ตรอง ไม่ควรพูดโดยไม่ระวังปาก. เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงว่า ท่านอย่าพูดพร่ำ ท่านจงระวัง ปาก. บทว่า เอวํ หิ โน สุตฺเต โอจรติ เพราะว่าคำเช่นนี้ลงกันในสูตร ของพวกเรา ความว่าเพราะว่าคำเช่นนี้มาในสูตรของพวกเรา. พวกเราจะไม่พูด เพียงปรารถนาจะให้งอกงามทางปากเท่านั้น. อนึ่ง พวกเราเมื่อพูดคำอันมาแล้ว ในสูตรจะพึงพูดแก่ใคร. ฉะนั้นเราจะพูดต่อหน้าพระสมณโคดมนั้น. บทว่า อปฺโปสฺสุกฺโก เป็นผู้มีความขวนขวายน้อย ความว่าไม่ขวนขวาย คือไม่ กังวลเพื่อจะรักษาเรา. บทว่า วุตฺโต จ นํ วเทยฺย เราได้ว่าไว้แล้วก็พึง กล่าวกะพระสมณโคดมนั้นเถิด ความว่า ท่านภารทวาชะผู้เจริญ เราได้กล่าวไว้ แล้ว แม้ไม่ถามก็ตั้งคำพูดได้ ถือเอามะม่วงและหว้าเป็นต้นแล้วยังไม่ครบ ก็ พึงกล่าวกะพระสมณโคดม โดยทำนองที่เรากล่าวแล้วเถิด. บทว่า อสฺโสสิโข ความว่า พระศาสดาทรงเจริญอาโลกกสิณได้ทรง เห็นมาคัณฑิยพราหมณ์ซึ่งมา ณ ที่นั้นด้วยทิพยจักษุ ได้ทรงสดับแม้เสียงของ ชนทั้งสองสนทนากันด้วยทิพโสต. บทว่า ปฏิสลฺลานา วุฏฺิโต พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากที่ เร้น คือ เสด็จออกจากผลสมาบัติ. บทว่า สํวคฺโค คือภารทวาชพราหมณ์ ตกใจ หวั่นไหว ด้วยกำลังแห่งปีติ. นัยว่าภารทวาชพราหมณ์นั้นได้มีความ ดำริว่า มาคัณฑิยะและเราก็มิได้พูดกับพระสมณโคดม คนอื่นนอกจากเรา สอง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka