Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 411

เล่ม มมร. 21 หน้า 411 ข้อ 707
และมักขะให้ตกไป ดังเมล็ดพันธุ์ผักกาด ตกจากปลายเหล็กแหลม เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นพราหมณ์ ผู้ใดกล่าววาจาสัตย์ อัน ไม่มีโทษให้ผู้อื่นรู้สึกได้ อันไม่เป็นเครื่อง ขัดใจคน เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์ แม้ผู้ใดไม่ถือเอาภัณฑะทั้งยาวหรือสั้น เล็กหรือใหญ่ งามหรือไม่งามที่เจ้าเจ้าของ ไม่ให้ในโลก เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใดไม่มีความหวังทั้งในโลกนี้ และโลก หน้า เราเรียกผู้ไม่มีความหวัง ผู้ไม่ ประกอบแล้วนั้น ว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใด ไม่มีความอาลัย ไม่มีความสงสัยเพราะรู้ ทั่วถึง เราเรียกผู้บรรลุธรรมอันหยั่งลงใน อมตธรรมนั้น ว่าเป็นพราหมณ์ ผู้ใด ล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องทั้งสอง คือ บุญ และบาปในโลกนี้ได้ เราเรียกผู้ไม่เศร้า- โศก ปราศจากธุลี ผู้บริสุทธิ์นั้นว่าเป็น พราหมณ์ เราเรียกบุคคลผู้ปราศจากมลทิน บริสุทธิ์ผ่องใสไม่ขุ่นมัวดังดวงจันทร์ มีความเพลิดเพลินในภพสิ้นแล้ว ว่าเป็น พราหมณ์ ผู้ใดล่วงอวิชชาประดุจทางลื่น หรือดุจหล่มอันถอนได้ยาก เป็นเครื่องให้ ท่องเที่ยวให้หลงนี้ได้ ข้ามถึงฝั่งแล้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka