Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 หน้าที่ 418

เล่ม มมร. 24 หน้า 418 ข้อ 327
พระภาคเจ้าทรงหมายถึงประโยชน์ดังกล่าวมานี้ จึงตรัสว่า สมฺมเทว สมาจเร ดังนี้. บทว่า เอตทโวจ ความว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงฟังพระธรรม เทศนาแล้วทรงเลื่อมใส จะทรงทำความเสื่อมใสให้ชัดเจนแล้ว จึงตรัสคำว่า อภิกฺกนฺตํ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อภิกฺกนฺตํ แปลว่า น่า ใคร่ น่าปรารถนา น่าพอใจอย่างยิ่ง อธิบายว่า ดีเหลือเกิน. พระเจ้าปเสน- ทิโกศล ทรงชมเทศนาด้วยอภิกกันตศัพท์ ๆ หนึ่ง ในคำว่า อภิกฺกนฺตํ เป็น ต้นนั้นว่า พระเจ้าข้า พระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าน่าฟังจริง ๆ ทรง ชมความเสื่อมใสของพระองค์ ด้วยอภิกกันตศัพท์อีกศัพท์หนึ่งว่า พระเจ้าข้า น่าชื่นใจจริง ๆ ที่ข้าพระองค์อาศัยพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงเลื่อมใส. ต่อจากนั้น ก็ทรงชมพระธรรมเทศนาด้วยอุปมา ๔ ข้อ. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า นิกฺกุชฺชิตํ แปลว่าของที่วางคร่ำหน้าหรือเอาหน้าไว้ล่าง. บทว่า อุกฺกุชฺเชยฺย แปลว่าพึงทำหน้าไว้ข้างบน [หงาย]. บทว่า ปฏิจฺฉนฺนํ แปลว่าของที่ปิดไว้ด้วยหญ้าเป็นต้น. บทว่า วิวเรยฺย แปลว่า พึงเพิก [เปิด]. บทว่า มุฬฺหสฺส แปลว่า คนหลงทิศ [ทาง]. บทว่า มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย ได้แก่จับมือบอกว่า นั่นทาง. บทว่า อนฺธกาเร ได้แก่ในความมืด ๔ อย่าง คือ แรม ๑๔ ค่ำ, เที่ยงคืน, ป่าทึบและแผ่นเมฆ ท่านอธิบายไว้ดังนี้ว่า พระ ผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงยกข้าพระองค์ ซึ่งตกไปในอสัทธรรมหันหน้าหนีจาก สัทธรรม ไว้ในสัทธรรม เหมือนใคร ๆ หงายของที่คว่ำ ทรงเปิดพระศาสนา ที่การถือมิจฉาทิฏฐิปิดไว้ ตั้งแต่พระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กัสสปอันตรธานไป เหมือนทรงเปิดของที่ปิดทรงกระทำทางสวรรค์และนิพพาน ให้ชัดแจ้งแก่ข้าพระองค์ ผู้ดำเนินทางชั่วทางผิด เหมือนทรงบอกทางแก่ผู้หลง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka