Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 36 หน้าที่ 287

เล่ม มมร. 36 หน้า 287 ข้อ 137
ความสิ้นอาสวะเล่า เราแลเป็นผู้มีจิตตั้งมั่นดีแล้ว ในสติปัฏฐานทั้ง ๔ ไฉน เราจะไม่พึงปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เราแลเป็นผู้ปรารภความเพียร ฯ ล ฯ ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม ไฉนเราจะไม่พึงปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า เรา แลเป็นผู้มีปัญญา ฯ ล ฯ ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ไฉนเราจะไม่พึง ปรารถนาความสิ้นอาสวะเล่า. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล ย่อมปรารถนาความสิ้นอาสวะ. จบทุติยปัตถนาสูตรที่ ๖ อรรถกถาทุติยปัตถนาสูตร พึงทราบวินิจฉัยในทุติยปัตถนาสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า อุปรชฺชํ ได้แก่ความเป็นอุปราช. จบอรรถกถาทุติยปัตถนาสูตรที่ ๖ ๗. อัปปสุปติสูตร ว่าด้วยคนหลับน้อยตื่นมาก ๕ จำพวก [๑๓๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คน ๕ จำพวกนี้ ย่อมหลับน้อยตื่น มากในราตรี ๕ จำพวกเป็นไฉน คือ สตรีผู้คิดมุ่งถึงบุรุษ ๑ บุรุษผู้คิดมุ่ง ถึงสตรี ๑ โจรผู้คิดมุ่งลักทรัพย์ ๑ พระราชาผู้ทรงบำเพ็ญพระราช- กรณีย์ ๑ ภิกษุผู้คิดมุ่งถึงธรรมที่ปราศจากสังโยชน์ ๑ ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย คน ๕ จำพวก นี้แล ย่อมหลับน้อยตื่นมากในราตรี. จบอัปปสุปติสูตรที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka