ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้ง ๆ ที่ทรงทราบอยู่ เพราะเหตุไร ?
จึงตรัสเรียกถึง ๓ ครั้ง ? ตอบว่า เพราะเพื่อทรงทำความโศก
ให้เบาบาง ด้วยการยกโทษขึ้นว่า นั่นเป็นการทำไม่ดีของท่าน นั่น
เป็นการผิดพลาดของท่าน ในเมื่อท่านพระอานนท์ทูลอาราธนาว่า
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า โปรดทรงดำรงพระชนมายุอยู่ก่อนเถิด
พระเจ้าข้า.
ในบทว่า มาโร ปาปิมา นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- ชื่อว่ามาร
เพราะประกอบสัตว์ไว้ในความพินาศให้ตายไป. บทว่า ปาปิมา นี้
เป็นไวพจน์ของบทว่า มาโร นั้นนั่นแล. จริงอยู่ มารนั้นเขาเรียกว่า
ปาปิมา เพราะประกอบด้วยปาปธรรม. บทว่า ภาสิตา โข ปเนส
ภนฺเต ความว่า จริงอยู่ มารนี้มาที่โพธิมัณฑสถาน ในสัปดาห์
ที่ ๘ ในเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสรู้สัมโพธิญาณแล้วทูลว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งหลาย
เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นพระองค์ทรงบรรลุตามพระประสงค์
แล้ว สัพพัญญุตญาณพระองค์ทรงแทงตลอดแล้ว ประโยชน์อะไร
ที่พระองค์จะต้องทรงตรวจดูสัตว์โลกเล่า แล้วทูลอาราธนาว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดเสด็จปรินิพพาน
ในบัดนี้เหมือนในวันนี้. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสห้ามมารนั้นว่า
น ตาวาหํ เรายังไม่ปรินิพพานก่อนนะมาร ดังนี้เป็นต้น. มารกล่าว
คำมีอาทิว่า ภาสิตา โข ปเนสา ภนฺเต ก็คำนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้แล้วแล ดังนี้ หมายเอาคำว่า น ตาวาหํ นั้น.