Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 39 หน้าที่ 253

เล่ม มมร. 39 หน้า 253 ข้อ 7
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสสัจจวจนะด้วยคุณของสังฆรัตนะ โดย พระผู้ตั้งอยู่ในมรรคและพระผู้ตั้งอยู่ในผล อย่างนี้แล้ว บัดนี้ จึงเริ่มตรัสด้วย คุณของพระขีณาสวบุคคลทั้งหลาย ผู้เสวยสุขในผลสมาบัติบางเหล่าเท่านั้น ว่า เย สุปฺปยุตฺตา เป็นต้น. ในคำนั้น คำว่า เย เป็นคำอุเทศที่ไม่แน่นอน. บทว่า สุปฺปยุตฺตา แปลว่า ประกอบดีแล้ว อธิบายว่า ละอเนสนา การ แสวงหาที่ไม่สมควรหลายอย่างเสีย แล้วอาศัยการเลี้ยงชีวิตที่บริสุทธิ์ เริ่มประ- กอบตนไว้ในวิปัสสนา. อีกนัยหนึ่ง บทว่า สุปฺปยุตฺตา ได้แก่ประกอบด้วย กายประโยคและวจีประโยคอันหมดจดดี. ทรงแสดงศีลขันธ์ของพระขีณาสว- บุคคลเหล่านั้น ด้วยบทว่า สุปฺปยุตฺตา นั้น. บทว่า มนสา ทฬฺเหน ได้แก่ ด้วยใจที่หนักแน่น. อธิบายว่า ด้วยใจอันประกอบด้วยสมาธิที่มั่นคง. ทรงแสดงสมาธิขันธ์ของพระขีณาสวบุคคลเหล่านั้นด้วยบทว่า มนสา ทฬฺเหน นั้น. บทว่า นิกฺกามิโน ได้แก่ เป็นผู้ไม่อาลัย ในกายและชีวิต มีความ พยายามออกจากกิเลสทั้งปวง อันผู้มีปัญญาเป็นธุระกระทำแล้วด้วยความเพียร. ทรงแสดงปัญญาขันธ์ที่ประกอบด้วยความเพียร ของพระขีณาสวบุคคลเหล่านั้น ด้วยบทว่า นิกฺกามิโน นั้น. บทว่า โคตมสาสนมฺหิ ได้แก่ ในศาสนาของพระตถาคตผู้มีพระ- นามว่าโคดมโดยพระโคตรนั่นแล. ด้วยบทว่า โคตมสาสนนฺหิ นั้น ทรง แสดงว่า พวกคนนอกศาสนานี้ ผู้ทำตบะเพื่อเทพเจ้า แม้มีประการต่างๆ ก็ ไม่มีความพยายามออกจากกิเลสทั้งหลาย เพราะไม่มีคุณมีความประกอบอย่างดี เป็นต้น คำว่า เต เป็นคำอธิบายอุเทศที่ตั้งไว้ก่อน. ในคำว่า ปตฺติปตฺตา นี้ คุณควรบรรลุ เหตุนั้นจึงชื่อว่า ปตฺติ คุณที่ควรบรรลุ ซึ่งบุคคลบรรลุ แล้วจะเป็นผู้เกษมปลอดจากโยคะสิ้นเชิง ซึ่งว่า ปตฺตพฺพา. คำนี้เป็นชื่อของ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka