Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 224

เล่ม มมร. 54 หน้า 224 ข้อ 453
เพื่อชมพระเวฬุวันนั้น ที่น่าขวนขวายชม ด้วยพระ- ดำรัสว่า ดูก่อนพระนางผู้มีสมบัติมาก เชิญเสด็จไป ชมพระมหาเวฬุวันให้เป็นขวัญตาซึ่งฉาบด้วยพระรัศมี แห่งพระสุคตงามด้วยพระสิริทุกสมัย ข้าพเจ้าทูลว่า เมื่อใดพระพุทธมุนีเสด็จเข้ามาทรงบิณฑบาตในกรุง ราชคฤห์ราชธานี เมื่อนั้นหม่อมฉันจะเข้าไปชมพระ- วิหารเวฬุวัน เวลานั้นพระวิหารเวฬุวันนั้น มีดอกไม้ บานสะพรั่งมีภมรนานาชนิดบินเวียนว่อนส่งเสียงร้อง ประกอบด้วยเพลงขับกล่อมของนกดุเหว่าอีก เหล่านก ก็ร่ายรำแพนเงียบเสียงไม่พลุกพล่านประดับด้วยที่จง- กรมต่าง ๆ สร้างด้วยกุฏิและมณฑป อร่ามด้วยพระผู้ พากเพียรที่ประเสริฐ เมื่อข้าพเจ้าเที่ยวไปได้รู้สึกว่า เป็นกำไรนัยน์ตาของข้าพเจ้าแท้ ๆ แม้ในพระเวฬุวัน นั้นข้าพเจ้าก็ได้เห็นภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ แล้วคิดไปว่าภิกษุรูปนี้ ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นมีรูปร่าง น่ารัก ปฏิบัติดีอยู่ในพระเวฬุวันที่น่ารื่นรมย์เช่นนี้ เหมือนฤดูใบไม้ผลิ ภิกษุนี้ศีรษะโล้น ห่มผ้าสองชั้น นั่งอยู่ที่โคนไม้ ละความยินดีที่เกิดแต่อารมณ์ เจริญ ฌานอยู่ ธรรมดาคฤหัสถ์ควรจะบริโภคกามตามความ สุข ต่อแก่จึงควรประพฤติธรรมอันเจริญงอกงามนี้ใน ภายหลัง ข้าพเจ้าสำคัญว่าพระคันธกุฎีที่ประทับแห่ง พระชินเจ้าดังดวงอาทิตย์อุทัย ประทับนั่งทรงสำราญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka