Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 233

เล่ม มมร. 54 หน้า 233 ข้อ 454
ล้อมด้วยหมู่นางทาสี ถือเอาข้าวน้ำของเคี้ยวของบริ- โภคไม่น้อย ออกจากเรือนพากันไปยังอุทยาน รื่นเริง ละเลิงเล่นอยู่ในอุทยานนั้นแล้ว กำลังเดินจะกลับเรือน ของตน ก็เข้าไปชมอัญชนวันวิหารในนครสาเกต ได้ พบพระพุทธเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลก ถวายบังคม แล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระจักษุพระองค์นั้นได้ทรง แสดงธรรมโปรดข้าพเจ้าด้วยพระกรุณาอนุเคราะห์ และข้าพเจ้าได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระองค์ผู้แสวง คุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ได้ตรัสรู้สัจจะของจริง ได้สัมผัส ธรรมคืออมตบท อันปราศจากกิเลสดุจธุลีในที่นั้นนั่น เอง ข้าพเจ้ารู้แจ้งพระสัทธรรมแล้ว ก็บวชไม่มีเรือน ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่ เปล่าจากประโยชน์เลย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกตา คือประดับ. ก็คำนั้นท่าน กล่าวว่า สุวสนา มาลินี จนฺทโนกฺขิตา เพื่อแสดงอาการตกแต่งนั้น บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาลินี คือ คล้องมาลัย. บทว่า จนฺทโนกฺขิตา คือลูบไล้ด้วยจันทน์. บทว่า สพฺพาภรณสญฺฉนฺนา ความว่า มีร่างกายปก คลุมด้วยสรรพาภรณ์ มีเครื่องประดับมือเป็นต้นเป็นเครื่องประดับ. บทว่า อนฺนํ ปานํ จ อาทาย ขชฺชํ โภชฺชํ อนปฺปกํ ความว่า ถือเอาข้าวมี ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีเป็นต้น น้ำปานะมีน้ำมะม่วงเป็นต้น ของเคี้ยวมีแป้งควร เคี้ยวเป็นต้น นอกนั้นก็ของบริโภคกล่าวคืออาหารเป็นอันมาก. บทว่า อุยฺ- ยานมภิหารยึ ได้แก่ เรานำเข้าไปโดยการเล่นนักษัตร อธิบายว่า นำ ข้าวและน้ำเป็นต้นมาในอุทยานนั้น ระเริงเล่นบำรุงบำเรอกับคนรอบข้าง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka