ล้อมด้วยหมู่นางทาสี ถือเอาข้าวน้ำของเคี้ยวของบริ-
โภคไม่น้อย ออกจากเรือนพากันไปยังอุทยาน รื่นเริง
ละเลิงเล่นอยู่ในอุทยานนั้นแล้ว กำลังเดินจะกลับเรือน
ของตน ก็เข้าไปชมอัญชนวันวิหารในนครสาเกต ได้
พบพระพุทธเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลก ถวายบังคม
แล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระจักษุพระองค์นั้นได้ทรง
แสดงธรรมโปรดข้าพเจ้าด้วยพระกรุณาอนุเคราะห์
และข้าพเจ้าได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระองค์ผู้แสวง
คุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ได้ตรัสรู้สัจจะของจริง ได้สัมผัส
ธรรมคืออมตบท อันปราศจากกิเลสดุจธุลีในที่นั้นนั่น
เอง ข้าพเจ้ารู้แจ้งพระสัทธรรมแล้ว ก็บวชไม่มีเรือน
ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่
เปล่าจากประโยชน์เลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกตา คือประดับ. ก็คำนั้นท่าน
กล่าวว่า สุวสนา มาลินี จนฺทโนกฺขิตา เพื่อแสดงอาการตกแต่งนั้น
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาลินี คือ คล้องมาลัย. บทว่า จนฺทโนกฺขิตา
คือลูบไล้ด้วยจันทน์. บทว่า สพฺพาภรณสญฺฉนฺนา ความว่า มีร่างกายปก
คลุมด้วยสรรพาภรณ์ มีเครื่องประดับมือเป็นต้นเป็นเครื่องประดับ. บทว่า
อนฺนํ ปานํ จ อาทาย ขชฺชํ โภชฺชํ อนปฺปกํ ความว่า ถือเอาข้าวมี
ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีเป็นต้น น้ำปานะมีน้ำมะม่วงเป็นต้น ของเคี้ยวมีแป้งควร
เคี้ยวเป็นต้น นอกนั้นก็ของบริโภคกล่าวคืออาหารเป็นอันมาก. บทว่า อุยฺ-
ยานมภิหารยึ ได้แก่ เรานำเข้าไปโดยการเล่นนักษัตร อธิบายว่า นำ
ข้าวและน้ำเป็นต้นมาในอุทยานนั้น ระเริงเล่นบำรุงบำเรอกับคนรอบข้าง.